เวิร์กชอป “Policy Watch Dating: Policy Communication” ในงาน “Policy Watch Connect 2026” จึงเกิดขึ้นที่อาคารรัฐสภา ด้วยความร่วมมือระหว่าง Policy Watch และ The Active ไทยพีบีเอส สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) วุฒิสภา และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ในวันที่ 15 ม.ค. 69 เพื่อสร้างการสื่อสารเชิงรุกและออกแบบนโยบายโดยภาคประชาชน ในฐานะเจ้าของปัญหาและประสบการณ์ตรง
โดยมีเครื่องมือ Policy Communication Canvas เป็นแผนที่นำทาง ประกอบด้วย 6 หัวข้อหลัก ได้แก่
- Frameworkและเหตุผล: การระบุที่มาและความสำคัญของประเด็น
- สถานการณ์: ความเข้าใจบริบท และข้อจำกัดในปัจจุบัน
- Key Actor: การระบุผู้มีอำนาจและหน่วยงานที่ตัดสินใจและกลไกขับเคลื่อนหลัก
- วิธีการสื่อสาร: การเลือกรูปแบบสื่อที่สร้าง Impact เช่น วิดีโอคลิป หรือ แคมเปญ
- Wow Factor: จุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจสาธารณะ
- Headline/Key Message: การใช้ภาษาพาดหัวที่สามารถสรุปใจความสำคัญให้เข้าใจง่าย และน่าสนใจ
โดยมีความท้าทายสำคัญก็คือ การเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายและทำให้ประชาชนรู้สึกว่านโยบายเหล่านั้นกระทบต่อชีวิตพวกเราโดยตรง ใช้ข้อมูลต้องถูกต้องและเป็นรูปธรรม เสนอทางออกที่เป็นไปได้ ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและระบบราชการ และมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้สามารถขยายผลต่อ
นวัตกรรมการสื่อสารนโยบายที่สร้างโดยประชาชน
นโยบายและกระบวนการสื่อสารนโยบายสาธารณะที่ได้นี้จะถูกนำไปเสนอต่อพรรคการเมืองในฐานะนโยบายหาเสียงที่มาจากเสียงประชาชนจริง ในวันที่ 22 ม.ค. 69 ด้วย 3 รูปแบบ ดังนี้
- นิทรรศการ ซึ่งเป็นผลงานจากแคนวาสและสื่อที่ออกแบบโดยประชาชนเอง จัดแสดงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้ความรู้แก่สาธารณะ
- สมุดปกขาว ที่รวบรวมข้อเสนอและแผนการสื่อสาร เพื่อยื่นให้พรรคการเมือง ได้เลือกไปหาเสียงก่อนเลือกตั้ง
- เครือข่ายภาคพลเมือง ที่เข้าร่วมจากหลากหลายจังหวัด จะสามารถนำทักษะการออกแบบและสื่อสารนโยบายกลับไปขับเคลื่อนในพื้นที่ของตนเอง
อาจกล่าวได้ว่า “Policy Watch Dating: Policy Communication” เป็นอีกก้าวย่างสำคัญของการสื่อสารนโยบายสาธารณะ ด้วยการสร้าง “นวัตกรรมการสื่อสารนโยบาย” ที่ให้ความสำคัญกับมุมมองและเสียงประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ทั้งการถกเถียง คิดวิเคราะห์ ตรวจสอบ และส่งเสียงไปถึงภาครัฐอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารนโยบายแบบมีส่วนร่วม
โดยมี Policy Watch Connect ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเสียงของเจ้าของปัญหาไปยังพรรคการเมืองและผู้กำหนดนโยบาย (Policy Makers) โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้ง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายนักสื่อสารนโยบายจากหลากหลายสาขาอาชีพ
เจาะลึก 7 ประเด็นนโยบายสาธารณะและการสื่อสารเชิงรุกจากภาคประชาชน
จากการระดมสมองในเวิร์กชอป ภาคประชาชนได้สรุปแผนการสื่อสารในประเด็นสำคัญของประเทศได้แก่
- การปฏิรูปการศึกษา เพื่อทวงคืนอนาคตจากโครงสร้างหลักสูตร และการบริหารการศึกษา
- การจัดการภัยพิบัติ สร้างความพร้อมให้กับชุมชนในการรับมือ จากบทเรียนที่ผ่านมาทั้งสึนามิ และมหาอุทกภัย
- การขจัดทุจริตคอร์รัปชัน ที่ต้นตอด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ
- การสร้างความเท่าเทียมทางเพศหลังสมรสเท่าเทียม ที่ก้าวข้ามความรู้จักสู่ความเข้าใจด้วยการลดช่องว่าง โดยสื่อสารว่าความเท่าเทียมคือเรื่องของเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นวาระของทุกคน
- สังคมสูงวัย จากการดูแลสู่สวัสดิการและการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุผ่านสื่อที่เข้าใจง่าย
- การตายดี (Living Will) เพื่อสิทธิในการตัดสินใจวาระสุดท้ายของชีวิตและการสื่อสารเรื่องความตายให้เป็นเรื่องปกติ
- สิทธิชาติพันธุ์ เพื่อสร้างกลไกเข้าถึงบริการรัฐอย่างเท่าเทียมและไร้อคติ
ตัวอย่างข้อเสนอสู่การตายดี
กลุ่มเวิร์คชอปการสื่อสารนโยบายสาธารณะ ในหัวข้อ “การตายดี” มีตัวแทนเข้าร่วมทั้งจากภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาครัฐอย่างสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่มเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว พบว่า ปัจจุบันสังคมไทยยังขาดการรับรู้เรื่องสิทธิในการไม่ยื้อชีวิตของตนเอง ไม่ทราบว่าตัวเองสามารถแสดงเจตจำนงในการปฏิเสธการรักษาหากอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิตได้ (ขอให้ไม่สอดท่อช่วยหายใจ ไม่ปั๊มหัวใจ ฯลฯ)
สำหรับผู้ป่วยบางราย แม้จะรู้สิทธิในการปฏิเสธการรักษาของตัวเอง และแสดงเจตจำนงไว้แล้ว แต่ครอบครัวยังไม่ความไม่เข้าใจและยอมรับได้ยาก ทำให้ผู้ป่วยต้องกลับเข้าสู่กระบวนการยื้อชีวิตตามความต้องการของครอบครัว
นอกจากนี้ ภายในวงสนทนายังมีการชวนคุยไปถึงความต้องการของการได้จบชีวิตตนเองผ่านการยุติการรักษา และการการุณยฆาตเห็นได้ชัดว่า ความเข้าใจด้านนี้ในสังคมไทยยังมีน้อยมาก แต่ยังมีความต้องการนโยบายนี้เพื่อมาตอบโจทย์คุณภาพชีวิต หากถูกผลักดันให้เป็นนโยบาย
รูปแบบการสื่อสารนโยบายที่คิดว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ได้แก่
- การ การนำข้อมูล ทั้งจำนวนผู้ป่วย งบประมาณ และกรณีศึกษา
- ทำ Data Visualization
- การนำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์ ซีรีส์ โฆษณา
- ทำโครงการ วางแผนการดูแลสุขภาพล่วงหน้า (Advance Care Plan) ในชุมชน
- มีคลินิก ให้คำปรึกษาประชาชน เพื่อวางแผนการตาย
