Policy Watch Connect 2026 ‘เลือกตั้ง 69 นโยบายสาธารณะ ฝ่าวิกฤตประเทศ’ เป็นความร่วมมือกันของ Policy Watch The Active Thai PBS และเครือข่ายภาคประชาสังคมกว่า 40 องค์กร ที่มาร่วมออกแบบนโยบายสาธารณะ เพื่อนำเสนอให้กับภาคการเมือง ภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 12 – 23 ม.ค. 2569 ณ สัปปายะสภาสถาน (อาคารรัฐสภา) โดย ตลอด 2 สัปดาห์ มี 4 กิจกรรมใหญ่ ทั้ง
- Policy Forum: 12 วงสนทนา ถกนโยบายสาธารณะ ครอบคลุมทุกวิกฤต
- Policy Communication: Exhibition แปลง ‘ปัญหา’ สู่ทางออกนโยบายสาธารณะ
- Workshop: ร่วมกันคิด ทดลอง ออกแบบการสื่อสารนโยบายจากโจทย์จริงของประเทศ
- Policy Sharing & Networking: ร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นนโยบาย ระหว่างประชาชนกับพรรคการเมือง
Policy Watch Connect 2026 สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
เมื่อพิจารณาตามทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change – ToC) ที่เป็นกรอบอธิบายวิธีการและเหตุผล โดยตอบคำถาม ‘คุณค่า’ และ ‘มูลค่า’ ของงานที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดกับสังคมในมิติต่าง ๆ โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็น 4 ปัจจัยได้แก่
- Input (ปัจจัยนำเข้า): ทรัพยากรต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงาน (เช่น คน งบประมาณ อุปกรณ์วัสดุสิ่งของ เวลา) รวมถึงข้อจำกัดที่ต้องเผชิญจากการจัดกิจกรรม
- Output (ผลผลิต): ผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากกิจกรรมที่ทำ ที่ตอบวัตถุประสงค์ของงาน ได้แก่
-
- มีผู้เข้าร่วมงาน 2,055 คน และ ผู้เข้าชมนิทรรศการ 1,340 คน และตัวแทนพรรคการเมือง
- 57 Co-host (เจ้าภาพร่วม)
- Media partners 12 องค์กร
- Policy Watch Report
- 10 Visual notes
- คอนเทนต์(ข่าว/บทวิเคราะห์/คลิป) จำนวน 92 ชิ้น ในเว็บไซต์ Policy Watch และ 115 ชิ้น ใน The Active
- 1 สารคดี
- รายการโทรทัศน์ : ตรงประเด็น 10 ชิ้น ข่าวค่ำ 10 ชิ้น
- 2 Workshops
- กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม หน้านิทรรศการ เช่น ออกเสียงประชามติ , 69 วินาทีโทรหานายก, ออกเสียงเกี่ยวกับ 6 วิกฤต
- Outcome (ผลลัพธ์): คุณูปการและการนำผลผลิตของโครงการไปใช้ประโยชน์โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่
-
- ข้อเสนอนโยบาย: วาระนโยบายจากภาคประชาชน เสนอต่อพรรคการเมืองและ Policy Maker
- สำนักข่าวและภาคประชาสังคมนำประเด็นไปสื่อสารต่อ สามารถขยายการรับรู้เกี่ยวกับงาน เป้าหมายของงาน และข้อเสนอนโยบายจากภายในงาน
- ความร่วมมือและการสนับสนุนรูปแบบใหม่ ๆ
- การเพิ่มการรับรู้และการมองเห็นงาน รวมถึง Policy Watch และ The Active ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มการสื่อสารเชิงนโยบาย
- การสร้าง ‘พื้นที่การมีส่วนร่วมทางนโยบาย’ ทั้งแลกเปลี่ยน ถกเถียงและหาทางออกร่วมกัน ระหว่างประชาชน ประชาสังคม policy maker และ policy advocate
- การเป็นสะพานเชื่อมต่อบุคคลต่าง ๆ ที่ทำงานด้านนโยบายเข้าด้วยกัน
- การสร้างความรู้ความเข้าใจในการออกแบบนโยบายและผลักดันให้สำเร็จ และเข้าใจถึงความเป็นไปได้และข้อจำกัดของนโยบาย
- การสื่อสารสาธารณะด้านนโยบายที่ตรงจุด
- ประชาชนเข้ามามีส่วนกระบวนการออกแบบนโยบายมากขึ้น เปิดพื้นที่ให้เข้ามาร่วมออกแบบนโยบาย
- ผู้กำหนดนโยบายและผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงนโยบายที่ผ่านการวิเคราะห์
- ประเด็นนโยบายสาธารณะถูกสื่อสารในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย
- Impact (ผลกระทบ): คือ การเปลี่ยนแปลงที่ต่อยอดจากผลลัพธ์ในวงกว้างใน 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนี้
-
- เกิดเครือข่ายนักสื่อสารรุ่นใหม่
- เน้นย้ำถึงคุณค่าความหมายของ “นโยบายสาธารณะ”
- สร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบนโยบาย
- พรรคการเมืองนำข้อเสนอไปปรับใช้ทำเป็นนโยบาย โดยมีสัญลักษณ์เชิงคำมั่นสัญญาที่จะผลักดันเป็นนโยบาย (จากกิจกรรมตลาดนัดนโยบาย)ซึ่งเท่ากับข้อเสนอปฏิบัติได้จริง
- ภาคประชาชนมีเวทีและช่องทางในการนำเสนอนโยบาย
ขยายการรับรู้เรื่องนโยบายสาธารณะ
ผลลัพธ์จากกิจกรรมที่เกิดขึ้นที่สำคัญคือ การขยายการรับรู้ของสาธารณะต่อประเด็น ‘นโยบายสาธารณะ’ ผ่านการผลิตเนื้อหาและการสื่อสาร/นำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใจได้
ช่วยให้ประเด็นที่เคยจำกัดอยู่ในวงวิชาการหรือวงผู้กำหนดนโยบายสามารถขยายถึงสังคมในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการออกแบบนโยบายที่สามารถใช้ได้จริงในระยะยาว
อีกทั้ง ยังเสริมสร้างระบบนิเวศของการสื่อสารเชิงนโยบายในสังคม ทำให้การอภิปรายเรื่องนโยบายสาธารณะสามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น
ที่สำคัญ ยังช่วยส่งเสริมและกระชับเครือข่ายของกลุ่มผู้สนับสนุนนโยบาย หรือ policy advocates สามารถนำองค์ความรู้และข้อมูลจากงานที่สำเร็จรูปแล้ว ไปใช้ในการสื่อสารหรือผลักดันประเด็นนโยบายต่อได้
