สำนักวิจัยแบงก์คาดว่าในการประชุมกนง.ครั้งหน้า 30 เม.ย. จะคงดอกเบี้ย แต่มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ขณะที่เศรษฐกิจไทยเผชิญกับแรงกดดันจากสงครามการค้า ยังมีความไม่นอนสูง
คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.50% เหลือ 2.25% มีผลทันทีในการประชุม 16 ต.ค. 2567 แต่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยตาม มีเพียงธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ปรับลดลง 0.25% แต่มีผล 1 พ.ย. 2567
กนง.ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ทำให้ตลาดมองว่าแบงก์ชาติกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการเมือง หากประเมินจากเหตุผลในการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้อาจจะต่างไปจากเดิมบ้าง เพราะทิศทางเศรษฐกิจแทบไม่เปลี่ยน แต่ทิศทางการเงินโลกและแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ทำให้ทิศทางดอกเบี้ยในประเทศกำลังเข้าสู่ขาลง
แรงกดดันให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ลดดอกเบี้ย ดูเหมือนจะคลี่คลายลง หลังจากได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ที่บอกว่า "พูดภาษาเดียวกัน"กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่ก็คาดว่าในปลายปีนี้ กนง.อาจจะลดดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นไปทิศทางเดียวกับแนวโน้มตลาดเงินโลก