
เป็นที่รู้กันว่า "กรุงเทพมหานคร" เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น"พิเศษ" มีอำนาจการบริหารเป็นอิสระหลายด้าน แต่เป็นศูนย์กลางทุกด้านของประเทศ เป็น "เมืองหัวโต"และ โตขึ้นเรื่อย ๆ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา มองว่าเป็น "เมืองพิเศษแค่ชื่อ" เพราะอยู่ภายใต้ระบอบราชการรวมศูนย์

รัฐบาลภูมิใจไทยเตรียมผลักดันกฎหมาย "ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน" ตั้งเป้าสำเร็จภายใน 1 ปี เปิดทางผู้เสียภาษีเงินได้ สามารถบริจาคภาษีกลับไปให้ท้องถิ่นบ้านเกิด เพื่อพัฒนาพื้นที่โดยไม่ต้องรองบประมาณส่วนกลาง แต่จะประสบความสำเร็จได้ต้อง "อำนวยสะดวก" และสามารถตรวจสอบได้และใช้งบอย่างโปร่งใส

ตราบใดที่กรุงเทพฯยังเป็นเมืองศูนย์กลางการเมืองเศรษฐกิจ ก็จะยิ่งกลายเป็นเมือง "หัวโต" มากขึ้น และดึงดูดให้คนอพยพเข้ามาอยู่อาศัย พร้อมนำลูกหลานเข้ามาศึกษาเรียน กรุงเทพมหานครมองตัวเองต้องเป็นที่เพิ่งและต้องช่วยลดภาระผู้ปกครองให้ได้ ในเวลาเดียวกันต้องช่วยพัฒนาศักยภาพเด็กให้มีสมรรถนะครบถ้วน

“พื้นที่” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือชีวิต ! แม้ท้องถิ่นจะเข้มแข็ง แต่ขาดความเข้าใจร่วม ทำงานกันแยกส่วน การสร้าง “เมืองสุขภาวะ” จึงจำกัดอยู่แค่ในเมืองต้นแบบ Policy Forum ชวนร่วมขยับท้องถิ่น ขยายเมืองสุขภาวะ ผ่านการเสริมสร้างองค์ความรู้ สร้างกลไกการมีส่วนร่วม และผลักดันการแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค

แม้จะมีงบประมาณ อบจ.มากถึงปีละ 1,400 ล้านบาท แต่ “ห่านที่ออกไข่ทองคำให้ประเทศ” อย่างภูเก็ตก็มีราคาที่ต้องจ่าย จากการเป็นเมืองเศรษฐกิจและท่องเที่ยวสำคัญ