
หากเมืองหนึ่งถูกวัดขนาดจากจำนวนประชากรในทะเบียนราษฎร์เพียงอย่างเดียว กรุงเทพมหานครอาจดูเหมือน “มหานครขนาดกลาง” ที่มีประชากรราวหกล้านคน แต่ในความเป็นจริงเมืองแห่งนี้กลับแบกรับชีวิตการเดินทาง การทำงาน และความหวังของผู้คนมากกว่านั้นเกือบเท่าตัว

วันที่ 21 พ.ค 69 “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะครบวาระ 4 ปีในการทำงานนับจากวันแรก 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่เริ่มรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ กับนโยบายเส้นเลือดฝอย 9 ด้าน 9 ดี ผ่าน 244 โครงการ ที่ล่าสุดทำได้แล้วทั้งหมด

“ทวิดา กมลเวชช“ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้คะแนนตัวเอง 6 เต็ม 10 กับการทำงานในฐานะรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯในทีม “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใกล้จะครบวาระการทำงาน 4 ปีใน 21 พ.ค.69 โชว์ 214 นโยบายถึงวันนี้ทำสำเร็จมากกว่าครึ่ง

กทม. ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูลเมืองเผยแพร่ในระบบ open data มากกว่า 1,200 ชุด ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมเร่งจัดทำ “คู่มือประชาชนรับมือภัย” แบบสั้นเข้าใจ ใช้ข้อมูลเมืองคาดการณ์ความเสี่ยง–สื่อสารฉุกเฉินแม่นยำขึ้น เพื่อเตรียมรับมือความเสี่ยง

ตราบใดที่กรุงเทพฯยังเป็นเมืองศูนย์กลางการเมืองเศรษฐกิจ ก็จะยิ่งกลายเป็นเมือง "หัวโต" มากขึ้น และดึงดูดให้คนอพยพเข้ามาอยู่อาศัย พร้อมนำลูกหลานเข้ามาศึกษาเรียน กรุงเทพมหานครมองตัวเองต้องเป็นที่เพิ่งและต้องช่วยลดภาระผู้ปกครองให้ได้ ในเวลาเดียวกันต้องช่วยพัฒนาศักยภาพเด็กให้มีสมรรถนะครบถ้วน

สำรวจระบบระบายน้ำกทม. รองผู้ว่าฯมั่นใจ คนกรุงจะไม่เห็นภาพน้ำท่วมซ้ำรอยปี 54 หลัง 3 ปีเข้ามาบริหาร เร่ง"พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำโดยใช้ฐานข้อมูล" สร้างกำแพงกันแม่น้ำเจ้าพระยา 88 กิโลเมตร ปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วม 737 จุด ติดเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำทั่วกรุง จับมือญี่ปุ่น พัฒนาระบบพยากรณ์ล่วงหน้า 3 ชั่วโมง