ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความรับผิดจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าให้มีความชัดเจน สอดคล้องกับสภาพการซื้อขายในปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย ลดข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขายสินค้า
โดยปัจจุบัน บทบัญญัติเรื่องความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังมีรายละเอียดไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีสินค้าที่ไม่สามารถตรวจพบความชำรุดบกพร่องได้ในขณะซื้อ-ขาย หรือส่งมอบ
ร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของความชำรุดบกพร่อง สิทธิของผู้ซื้อ และผู้ขาย รวมถึงความรับผิดของผู้ขายตามประเภทของสินค้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
บทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นยังไม่ได้ให้ความคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายอย่างชัดและเพียงพอ โดยเฉพาะกับสินค้าที่ผู้ซื้อไม่อาจพบเห็นความชำรุดบกพร่องได้ในเวลาซื้อขายหรือส่งมอบ สมควรกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของความชำรุดบกพร่องของสินค้า สิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย และความรับผิดชอบของผู้ขายตามประเภทของสินค้าไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน อันจะเป็นการคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 12 พ.ค. 69 สคบ. จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ที่ สคก. ตรวจพิจารณาแล้วมาอีกครั้งหนึ่ง โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
- ใช้บังคับระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าทั่วไป โดยกำหนดให้ “ผู้ซื้อ” หมายความรวมถึงผู้รับโอนหรือสืบสิทธิในสินค้าจากผู้ซื้อสินค้านั้นด้วย และ “ผู้ขาย” หมายความว่า ผู้จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นปกติธุระ ดังนั้น กฎหมายนี้จึงใช้บังคับกับความสัมพันธ์ทั้งแบบผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) และแบบผู้ประกอบธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจ (B2B)
- ใช้บังคับกับสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาซื้อขายสินค้า โดยมีบุคคลที่สามเป็นผู้ให้สินเชื่อและชำระราคาสินค้าแก่ผู้ขาย โดยมีการส่งมอบการครอบครองให้ผู้รับสินเชื่อได้ใช้ประโยชน์ (การจัดไฟแนนซ์) และสัญญาแลกเปลี่ยน
- ใช้บังคับแก่สัญญาที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย
- ไม่ใช้บังคับแก่ของที่ใช้แล้ว และไม่ใช้บังคับแก่สัตว์มีชีวิต รวมถึงสินค้าอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ในกรณีที่สินค้าชำรุดบกพร่องภายในกำหนดเวลา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้นชำรุดบกพร่องในเวลาส่งมอบสินค้า โดยกรณีสินค้าทั่วไปกำหนดไว้ 6 เดือน กรณีรถยนต์กำหนดไว้ 1 ปี และกรณีรถจักรยานยนต์กำหนดไว้ 6 เดือน นับแต่วันส่งมอบ
กำหนดสิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย รวมทั้งความรับผิดของผู้ขายตามประเภทของสินค้า ดังนี้
สินค้าทั่วไป กำหนดให้ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายรับผิด ดังนี้
- ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญและพบเห็นความชำรุดบกพร่องนั้นภายใน 7 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้าได้ โดยต้องเปลี่ยนสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าผู้ขายปฏิเสธไม่เปลี่ยนสินค้าหรือไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา
- ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องที่ไม่ใช่ในสาระสำคัญผู้ซื้อจะต้องใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายซ่อมแซมสินค้าเป็นลำดับแรก หากการซ่อมแซมสินค้า ทำให้สินค้านั้นเสื่อมสภาพหรือเสื่อมราคา ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือขอลดราคาสินค้า นอกจากนี้ ผู้ขายอาจเลือกที่จะเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ผู้ซื้อแทนการซ่อมแซมก็ได้ ถ้าผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไปภายใน 60 วัน นับแต่วันที่รับมอบไว้ซ่อมแซม หรือผู้ขายปฏิเสธที่จะซ่อมแซมและไม่เปลี่ยนสินค้าให้ ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาหรือเลิกสัญญา
- กรณีผู้ซื้อใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้า ผู้ขายอาจเลือกที่จะซ่อมแซมสินค้าก่อน หากการเปลี่ยนสินค้าก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้ขาย ถ้าผู้ขายปฏิเสธที่จะเปลี่ยนสินค้าและปฏิเสธซ่อมแซมสินค้า หรือเลือกที่จะซ่อมแซมสินค้าแต่ไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไปได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้านั้นไว้ซ่อมแซม ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาหรือเลิกสัญญา
- กรณีผู้ซื้อใช้สิทธิขอลดราคาสินค้า ผู้ขายอาจเลือกที่จะซ่อมแซมสินค้าหรือเปลี่ยนสินค้าก่อน หากการลดราคาสินค้าก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้ขาย ถ้าผู้ขายปฏิเสธที่จะลดราคาสินค้า ซ่อมแซมสินค้า หรือเปลี่ยนสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา
รถยนต์และรถจักรยานยนต์ กำหนดความรับผิดให้ผู้ขายต้องรับผิดหากความชำรุดบกพร่องปรากฏขึ้นภายในกำหนดระยะเวลาหรือระยะทางแล้วแต่กรณีใดถึงก่อน โดยกรณีรถยนต์ ภายในเวลา 1 ปี หรือใช้งานเป็นระยะทางไม่เกิน 10,000 กิโลเมตรนับแต่วันส่งมอบ และกรณีรถจักรยานยนต์ ภายในเวลา 6 เดือนหรือใช้งานเป็นระยะทางไม่เกิน 5,000 กิโลเมตร นับแต่วันส่งมอบ โดยผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายรับผิด ดังนี้
- ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ และไม่อาจแก้ไขให้กลับคืนสภาพที่ใช้งานได้ตามปกติ หรือถึงแม้จะแก้ไขแล้วแต่หากนำไปใช้แล้วอาจเกิดอันตรายแก่ร่างกาย สุขภาพ หรืออนามัยของผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้น ให้ผู้ขายเปลี่ยนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าผู้ขายไม่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันใหม่ที่จะเปลี่ยนให้ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา
- ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องที่ไม่ใช่ในสาระสำคัญผู้ซื้อจะต้องใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายซ่อมแซมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นลำดับแรก โดยผู้ซื้อไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายใน
การซ่อมแซมนั้น หากการซ่อมแซมนั้นทำให้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เสื่อมสภาพหรือเสื่อมราคา ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายชดใช้ค่าเสียหาย นอกจากนี้ ผู้ขายอาจเลือกที่จะเปลี่ยนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันใหม่ให้แก่ผู้ซื้อแทนการซ่อมแซมก็ได้ รวมทั้งให้ผู้ขายชำระค่าใช้จ่ายหรือจัดหาประโยชน์อื่นใดให้แก่ผู้ซื้อ เพื่อชดเชยในระหว่าง ซ่อมแซมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้นด้วย - ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาหรือเลิกสัญญา ในกรณีรถยนต์ซึ่งผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไปภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับมอบไว้ซ่อมแซม และในกรณีรถจักรยานยนต์ ซึ่งผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไปภายใน 60 วัน นับแต่วันที่รับมอบไว้ซ่อมแซม หรือในกรณีผู้ขายปฏิเสธที่จะซ่อมแซมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ให้แก่ผู้ซื้อ ทั้งนี้ หากความชำรุดบกพร่องของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้นกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ผู้ซื้อมีสิทธิให้ผู้ขายเปลี่ยนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ หรือเลิกสัญญา
- ผู้ซื้ออาจบอกกล่าวต่อผู้ขายว่าจะให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมแทนผู้ขาย โดยให้ผู้ขายเสียค่าใช้จ่ายให้ก็ได้ ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไป ปฏิเสธที่จะซ่อมแซมและไม่เปลี่ยนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
ทั้งนี้ กรณีผู้ซื้อใช้สิทธิเลิกสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้อง ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ตามสมควร (2) ราคารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อได้ชำระไปพร้อมดอกเบี้ย และ (3) ค่าเสียหายอื่นอันเกิดจากความชำรุดบกพร่อง
เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์*
- ในกรณีที่สินค้าชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญและพบเห็นความชำรุดบกพร่องนั้นภายใน 14 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้าได้ โดยผู้ขายต้องเปลี่ยนสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ และหากผู้ขายปฏิเสธไม่เปลี่ยนสินค้าหรือไม่สามารถเปลี่ยนสินค้า ให้ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา ทั้งนี้ กรณีผู้ซื้อใช้สิทธิเลิกสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้อง ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ตามสมควร (2) ราคาเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ที่ผู้ซื้อได้ชำระไปพร้อมดอกเบี้ย และ (3) ค่าเสียหายอื่นอันจากความชำรุดบกพร่อง
- ในกรณีเป็นความชำรุดบกพร่องที่ไม่ใช่ในสาระสำคัญให้นำบทบัญญัติในหมวด 1 ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าทั่วไป (ตามข้อ 1.6.1) มาใช้บังคับแก่สินค้าประเภทนี้ด้วย
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ที่เป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ คำว่า “เครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์” ให้หมายความรวมถึงเครื่องยนต์ที่เป็นอะไหล่ด้วย
การใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ไม่กระทบต่อการเรียกค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรจากผู้ขาย ไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ซื้อในอันที่จะเรียกค่าเสียหายในกรณีเลิกสัญญาตามมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงกรณีการซ่อมแซมที่ทำให้สินค้านั้นเสื่อมสภาพหรือเสื่อมราคา
การเรียกให้ผู้ขายรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้มีกำหนดอายุความนับแต่เวลาที่ผู้ซื้อพบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าดังกล่าว หรือเวลาที่ผู้ขายยอมรับที่จะซ่อมแซม ยอมรับที่จะเปลี่ยน หรือยอมรับที่จะลดราคาให้แก่ผู้ซื้อโดยในกรณีสินค้าทั่วไปให้ขาดอายุความเมื่อพ้น 1 ปี กรณีรถยนต์และรถจักรยานยนต์และกรณีเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ ให้ขาดอายุความเมื่อพ้น 2 ปี
ความเป็นมาของร่างพ.ร.บ.
การเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 12 พ.ค. 69 ซึ่งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเสนอร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ตรวจพิจารณาแล้ว (เรื่องเสร็จที่ 615/2567) ต่อคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป ซึ่งในขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. นางสาวสารี อ๋องสมหวัง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,111 คน เป็นผู้เสนอ ได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
ร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้มีหลักการสำคัญทำนองเดียวกันกับร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. ที่นางสาวสารี อ๋องสมหวัง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,111คน เป็นผู้เสนอ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 12 พ.ค. 69 ให้ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัตินี้ และได้จัดทำสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 และได้เผยแพร่ผลการรับฟังความคิดเห็นพร้อมการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นจากกฎหมายแล้ว รวมทั้งได้จัดทำแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวม 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชกฤษฎีกา จำนวน 1 ฉบับ และกฎกระทรวง จำนวน 1 ฉบับ
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างกฎหมายที่ผ่านการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) (เรื่องเสร็จที่ 615/2567) โดยมีผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนกระทรวงการคลัง (กรมศุลกากร) ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ (กรมการค้าภายใน) ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค และผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาให้ความเห็นด้วยแล้ว) คณะรัฐมนตรีสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




