ความเคลื่อนไหวล่าสุด
7 ม.ค. 69 คณรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. …. ซึ่งแก้ไขจากร่างกฎกระทรวงที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวไปยังสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
1. คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2549 และวันที่ 25 ส.ค. 2554 กำหนดแนวทางปฏิบัติในการเสนอร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการภายในกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ให้เสนอคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พิจารณา และเมื่อ ก.พ.ร. พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ส่งร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการดังกล่าวให้ สคก. ตรวจพิจารณา
2. ในคราวประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของสำนักงาน ก.พ.ร. ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2568 มีมติเห็นชอบข้อเสนอการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในกรมของสำนักงาน ก.พ.ร. ดังนี้
2.1 จัดตั้งส่วนราชการใหม่ จำนวน 1 ส่วนราชการ คือ กองส่งเสริมการอำนวยความสะดวกบริการภาครัฐ
2.2 ยุบรวมกองพัฒนาระบบราชการ 1 และกองพัฒนาระบบราชการ 2 โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “กองพัฒนาระบบราชการ”
2.3 ปรับปรุงหน้าที่และอำนาจ จำนวน 6 ส่วนราชการ ได้แก่ (1) กองกฎหมายและระเบียบราชการ (2) กองขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล (3) กองติดตามตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนาระบบราชการ (4) กองนวัตกรรมบริการภาครัฐ (5) กองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น และ (6) กองยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ
2.4 คงเดิม จานวน 2 ส่วนราชการ ได้แก่ (1) สำนักเลขาธิการ และ (2) กองกิจการองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐรูปแบบอื่น
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดส่งร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. …. ให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจ ตรวจพิจารณาแล้ว
การยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่ม เพื่อให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการด้านนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ที่สาคัญของประเทศ ในการยกระดับมาตรฐานการทำงานของภาครัฐให้สามารถรองรับบริบทการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มที่สาคัญในอนาคต รวมทั้งการดำเนินการขับเคลื่อนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย
โดยจัดตั้งส่วนราชการใหม่และปรับปรุงหน้าที่และอำนาจ รวมทั้งมีการแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำ ในร่างข้อ 15 ของร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการฯ เพื่อให้ครอบคลุมและชัดเจนยิ่งขึ้นโดยไม่กระทบสาระสำคัญตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว
นโยบายรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกุล เสนอการปฏิรูปกฎหมาย มี 2 นโยบายหลัก โดยเร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเชื่อมโยงทั้งระบบ ควบคู่การกับผลักดันการเปิดเผยข้อมูลเปิดของภาครัฐ
นอกจากนี้เสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับการบริหารภาครัฐให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจและประชาชน มีการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงระหว่างหน่วยงานของรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมเร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ ยกเลิกกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคและสร้างภาระที่ไม่จำเป็นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจที่เรียกว่ากิโยติน (Guillotine)
ทั้งนี้ริเริ่มเสนอกฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล และผลักดันการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนไปจัดตั้งคณะทำงานติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
นอกจากนโยบายสำคัญเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะหน้า รัฐบาลจะดำเนินการให้สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย
อย่างไรก็ตามรัฐบาลที่ผ่านมาเร่งพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยล่าสุด ได้จัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 – 2570 ขึ้น ซึ่งแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลฉบับนี้ จะเป็นการทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2559 – 2561)
รวมถึง (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2560 – 2564 และแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2563 – 2565 รวมถึงพิจารณาความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และแผนระดับชาติอื่น ๆ รวมทั้ง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ