
ปัญหาทุนเทา การฟอกเงิน สร้างบริษัทนอมินี และทุ่มตลาด กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประการรายย่อย หรือ SMEs ของไทย ขณะที่หลายพรรคชูนโยบายช่วยเหลือ แก้ปัญหากฎหมาย เปิดให้ SMEs เข้าสู่ระบบการเงิน พร้อมเสนอมาตรการปราบทุนสีเทา การฟอกเงิน ตั้งบริษัทนอมินี และทุ่มตลาด

รัฐบาลเร่งงัดเทคโนโลยี พัฒนาระบบ Data Bureau เชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมเงินในไทยครบวงจร ทั้งเงินสด เงินในธนาคาร สินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ และเงินตราต่างประเทศ เพื่อดักจับเงินทุนสีเทาไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจประเทศ "ฟอกเงิน" เป็นสินทรัพย์ถูกกฎหมาย สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิต

ธปท. และ ปปง. ตั้งคณะทำงานร่วมตรวจสอบธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวกับทองคำโดยเฉพาะการซื้อขายผ่านออนไลน์ เพื่อปิดช่องโหว่ใช้นอมินีฟอกเงินและลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท หลังที่ผ่านมาไร้หน่วยงานหลักกำกับดูแล

"กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ตั้งคำถามสำคัญที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับ"ทุนอาชญากรรม" ในบทความ "State Capture: เมื่อทุนอาชญากรรม ซื้ออำนาจรัฐ” ผ่าน FB โดยโยนให้สังคมช่วยกัน "ป้องกัน" ด้วยการยืนบนหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล และประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ

แบงก์ชาติ ปฏิเสธค่าความคลาดเหลื่อนเงินไหลเข้า-ออกประเทศเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา และไม่กระทบค่าเงินบาทเพราะเป็นข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี พร้อมยอมรับว่าธุรกรรมทองคำและคริปโทเคอร์เรนซี ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง

วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่หลักธรรมขัดเกลาจิตใจ ทว่าวัดหลายแห่งกลายเป็นช่องทางทุจริตคอร์รัปชัน ยักยอกฟอกเงิน รวมทั้งพระสงฆ์บางรูปเองก็นำเงินทำบุญไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

รัฐบาลต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) ล่าสุด ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ศูนย์กลางทางการเงิน ที่ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเตรียมเสนอสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ ธปท.ห่วงเป็นแหล่งฟอกเงินผิดกฎหมาย แนะกำกับดูแลให้รอบคอบ ต้องแยกจากระบบการเงินในประเทศ