
สงครามตะวันออกกลางในขณะนี้ทำให้เกิดการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global supply chain disruption) โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มน้ำมันดิบและปุ๋ยที่ผลิตจากกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย (Persian gulf) และขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz)ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ (Chokepoint) ทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนพื้นฐานสำคัญในการผลิต การคมนาคมขนส่ง และการดำเนินชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม วิกฤตพลังงานไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ปัญหาเศรษฐกิจเท่านั้น

ผลกระทบจากสงครามต่อค่าครองชีพมาเป็นระยะ ล่าสุด กกพ.ประกาศค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค. ขยับขึ้น 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ตามต้นเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง พร้อมเตือนเตรียมรับราคาค่าไฟมีโอกาสขยับขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะถัดไป

กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดรวดเดียว 6 บาท โดยอ้างว่ากองทุนน้ำมันติดลบ แต่เหตุผลที่แท้จริงอาจมาจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูง และแก้ปัญหากักตุนน้ำมัน แม้รัฐบาลจะบอกว่าไม่ขาดแคลนจากโรงกลั่น แต่สถานีบริการหลายแห่งยังประสบปัญหาไม่มีน้ำมันจำหน่าย

ประเทศในอาเซียนกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนรุนแรง นับตั้งแต่สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ราคาน้ำมันขยับขึ้นล่าสุด ณ 26 ม.ค. 69 เกือบ 1 เดือนนับตั้งแต่สงคราม 30-40% และในช่วงทะยานขึ้นสูงสุด ราคาเพิ่มขึ้นถึง 60-65%