ภายในวันที่ 13 พ.ค 69 จะครบ 60 วัน ที่รัฐบาลอนุทิน สามารถหยิบกฎหมายที่ค้างสภาและต้องการผลักดันขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง เพื่อไม่ให้กฎหมายดังกล่าวตกไป และต้องเริ่มนับหนึ่ง
ดังนั้นหากรัฐบาลอนุทินต้องการผลักดันกฎหมายต่อ ต้องหยิบยกกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาใหม่ภายในวันที่ 12 พ.ค. 69 เพื่อให้กฎหมายได้ไปต่อ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 147 ระบุไว้ว่า เมื่อมีการยุบสภาร่างกฎหมายที่รัฐสภายังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ หรือที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วแต่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย หรือเมื่อ 90 วันแล้วไม่ได้พระราชทานคืนมา ถือว่าร่างกฎหมายนั้นเป็นอันตกไป
แต่คณะรัฐมนตรีใหม่ ต้องร้องขอภายใน 60 วันนับแต่วันที่เรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป
หากนับจำนวนหากกฎหมายที่ตกไปพร้อมกับรัฐบาลอนุทิน 1 ที่ประกาศ “ยุบสภา”รวมแล้วมากถึง 106 ฉบับ โดยค้างในชั้นสภาผู้แทนราษฎรอย่างน้อย 72 ฉบับ รอพิจารณาวาระแรก 59 ฉบับ และอยู่ในชั้นกรรมาธิการ 6 ฉบับ และกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ รอลงมติวาระ 2-3 จำนวน 7 ฉบับ
อย่างไรก็ตามในจำนวนกฎหมายดังกล่าว คณะรัฐมนตรีได้พิจารณที่หยิบยกกฎหมายดังกล่าวพิจารณาต่อในรัฐบาล โดยเป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมทั้งหมด 24 ฉบับ และมอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการเร่งทบทวนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ค้างอยู่ พร้อมแจ้งยืนยันต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ภายในวันที่ 24 เมษายน 2569
จากนั้นจะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อพิจารณาร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อไปให้ทันกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
ครม.เตรียมเสนอกฎหมาย 24 ฉบับ
ร่างพระราชบัญญัติที่ยังค้างอยู่ทั้ง 24 ฉบับ ได้แก่ 1) ร่างพระราชบัญญัติที่ค้างในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร จำนวน 20 ฉบับ และ 2. ร่างพระราชบัญญัติที่ค้างในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน 4 ฉบับ แบ่งเป็นของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้
กระทรวงกลาโหม 2 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
กระทรวงการคลัง 3 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์)
- ร่างพระราชบัญญัติโอนที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในท้องที่ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีให้แก่ นางมี รักเสมอวงศ์ พ.ศ. ….
กระทรวงการอุดมศึกษาฯ 2 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
กระทรวงคมนาคม 5 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (เพิ่ม (ฆ/4) ว่าด้วยการค้นหาและช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำ)
- ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ ในท้องที่เขตวังทองหลาง เขตบางกะปิ เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และอำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย – มีนบุรี ในท้องที่อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และเขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตคันนายาว เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรีในท้องที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ….
กระทรวงยุติธรรม 3 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
กระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. ….
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 1 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
สำนักงาน ก.พ.ร. 1 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ….
สำนักงาน ปปง. 2 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
- ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ….
สำนักงานศาลยุติธรรม 2 ฉบับ
- ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (กำหนดให้มีเจ้าพนักงานคดีทำหน้าที่ช่วยเหลือศาลในการดำเนินคดี)
- ร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (การกำหนดตำแหน่งเจ้าพนักงานคดีประจำศาลยุติธรรม)
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 147 กำหนดว่า เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติที่ยังพิจารณาไม่เสร็จจะถือว่า “ตกไป” ทันที อย่างไรก็ตาม หากมีการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังการเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีสามารถขอให้รัฐสภานำร่างกฎหมายที่ตกไปนั้นกลับมาพิจารณาต่อได้ โดยต้องยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับจากวันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง
กรณีร่างกฎหมายค้างสภา 24 ฉบับ หากภายใน 12 พ.ค. 69 และหากรัฐสภาเห็นชอบ ก็สามารถนำร่างกฎหมายนั้นกลับมาพิจารณาต่อได้ตามขั้นตอนปกติ

4 กฎหมายสำคัญภาคประชาชนที่ไม่ได้ไปต่อ
อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงมากกว่า กฎหมายอีกหลายฉบับที่คณะรัฐมนตรีไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาต่อ โดยเฉพาะกฎหมายของภาคประชาชน อาทิ
ร่าง พ.ร.บ.PRTR เปิดข้อมูลสารพิษ
ร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) เป็นกฎหมายที่ภาคประชาชน มูลนิธิบูรณะนิเวศ ร่วมกันผลักดัน ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) รายมาตราเสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมเข้าสู่วาระ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร
แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฏรพิจารณาภายในวันที่ 12 พ.ค. 69 จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะ “ตกไป” หากไม่มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาโดยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใน 60 วันนับจากเปิดสภา
สาระสำคัญของ ร่างกฎหมาย PRTR (Pollutant Release and Transfer Register) หรือกฎหมายรายงานการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ บังคับให้โรงงานอุตสาหกรรมเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษสู่ อากาศ น้ำ และดิน รายงานตรงต่อหน่วยงานรัฐและเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อประชาชนตรวจสอบได้ ลดความเสี่ยงทางสุขภาพ และมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน
กฎหมาย PRTR กำหนดให้ผู้ประกอบการโรงงาน/อุตสาหกรรมต้องรายงานข้อมูลการปลดปล่อยสารมลพิษและสารเคมีอันตรายที่เกิดจากกระบวนการผลิต ทั้งการปล่อยสู่อากาศ น้ำ ดิน และการขนส่งกากอันตราย
เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ข้อมูลที่รายงานจะต้องถูกทำเป็นทะเบียนฐานข้อมูล (PRTR Database) ที่ประชาชนสามารถเข้าถึง ตรวจสอบที่มาของมลพิษ และทราบความเสี่ยงในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่
ครอบคลุมมลพิษหลากชนิด: ไม่ใช่แค่ฝุ่น แต่รวมถึงสารเคมีอันตรายประเภทต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
นอกจากนี้จะเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ช่วยให้รัฐสามารถนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม วางแผนการจัดการ และป้องกันเหตุฉุกเฉินได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
บทลงโทษที่ชัดเจน หากไม่รายงานข้อมูลหรือรายงานข้อมูลเท็จจะมีโทษปรับรุนแรง เช่น ปรับ 1% ของรายได้ในปีที่ทำผิด หรือปรับ 5 แสน – 5 ล้านบาท ทำให้ร่างกฎหมายนี้เน้นส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกป้องสิทธิสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากมลพิษอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับใหม่)
กฎหมายอีกฉบับที่น่าเสียดายเพราะอาจต้องตกไป เนื่องจากรัฐบาลไม่นำมาพิจารณาต่อ โดยร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับใหม่) ผลักดันโดย พรรคประชาชน ได้ผ่านการรับหลักการวาระ 1 จากสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อ 24 ก.ย. 2568 และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอเข้าวาระ 2 และ 3 เพื่อพิจารณาและลงมติเห็นชอบฉบับสมบูรณ์
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับใหม่) คือ
- ลดชั่วโมงการทำงาน: จากเดิม 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เหลือไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- วันหยุดประจำสัปดาห์: เพิ่มเป็นอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์
- สิทธิการลา: เพิ่มสิทธิการลาเพื่อดูแลครอบครัว และลาดูแลคนที่รัก
- ลาปวดประจำเดือน: ลูกจ้างหญิงลาได้ 2 วันต่อเดือน
ทั้งนี้ นอกเหนือจากร่างข้างต้น ยังมี พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ที่ประกาศใช้แล้วและจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ธันวาคม 2568
พ.ร.บ.นิรโทษกรรมภาคประชาชน
ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นหนึ่งในหลายร่าง แต่มี “ฉบับภาคประชาชน”ผู้เสนอประชาชน 36,723 รายชื่อถูกเสนอคู่กับร่างของพรรคการเมือง เป็นประเด็นขัดแย้งสูงในสภา เนื่องจากเครือข่ายภาคประชาชนและ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มีเป้าหมายล้างผิดคดีการเมืองที่เกี่ยวเนื่องจากการแสดงออกตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 – ปัจจุบัน ครอบคลุมผู้ชุมนุมทุกสีเสื้อ รวมถึงคดีมาตรา 112 โดยตั้งคณะกรรมการนิรโทษกรรมวินิจฉัยคดี และไม่นิรโทษให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชน: กำหนดช่วงเวลาที่นิรโทษกรรม: ตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้
ขอบเขต: ครอบคลุมคดีทางการเมืองที่เกิดจากการแสดงออก การชุมนุม และการรัฐประหาร โดยเน้นไม่ทิ้งประชาชนคนไหนไว้ข้างหลัง รวมถึงกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือคำสั่ง คสช.
ข้อยกเว้น: ไม่นิรโทษกรรมให้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง หรือสลายการชุมนุมที่เกินกว่าเหตุ และผู้กระทำผิดมาตรา 113
กลไกดำเนินการ: ตั้ง “คณะกรรมการนิรโทษกรรมประชาชน” 19 คน ประกอบด้วยประธานสภาฯ ผู้นำฝ่ายค้าน ตัวแทนพรรคการเมือง ตัวแทนประชาชนผู้ถูกดำเนินคดี และตัวแทนองค์กรภาคประชาชน เพื่อพิจารณาวินิจฉัยคดี
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับที่เสนอโดยพรรคประชาชน และภาคประชาชน ไม่ผ่านการรับหลักการ จากสภาผู้แทนราษฎร โดยเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ
กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ยังไม่มีความชัดเจนทั้งการประกาศนโยบายต่อรัฐสภาของ “รัฐบาลอนุทิน2” ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ผ่านขั้นตอนการออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 พร้อมกับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69ไป แล้ว โดยผลประชามติ ประชาชนเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่
การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องผ่านการทำประชามติ 3 ครั้งและ รัฐสภาต้องเห็นชอบ กระบวนการได้มา สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และต้องทำประชามติอีก 2 ครั้ง
ความไม่ชัดเจนของรัฐบาลอนุทินทำให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ มีความเสี่ยงสูงที่อาจจะไม่สามารถผลักดันจนเกิดกระบวนการตั้ง สสร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญ และนำไปสู่การทำประชามติ ในครั้งที่ 2 และ ครั้งที่ 3
ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐสภายังคงถกเถียงเรื่องที่มาของ สสร. และแก้ไขรายมาตราควบคู่กันไปทำให้มีความเสี่ยงสูงมากที่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




