ความเคลื่อนไหวล่าสุด
17 มี.ค. 69 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. …. เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและการอนุรักษ์เมืองเชียงใหม่และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง ให้สอดคล้องกับการเติบโตของเมือง ในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และการดูแลสิ่งแวดล้อม
17 มี.ค. 69 คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. …. เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ กองสาธารณสุขเเละสิ่งเเวดล้อม เพื่อให้สอดรับกับบทบาทภารกิจของหน่วยงานที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันและรองรับการดำเนินงานในอนาคต
มีภารกิจเพิ่มเติมที่สำคัญ เช่น การสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การรองรับภารกิจการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่สมัครใจหรือมีความพร้อม จากสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
16 มี.ค. 69 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการใช้และรักษายานพาหนะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รองรับเทคโนโลยียานพาหนะไฟฟ้า (EV) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการใช้ทรัพย์สินของราชการ การเก็บรักษานอกสถานที่ ตรวจวัดมลพิษทางอากาสและเสียง
8 มี.ค. 69 เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่
1. นายกเทศมนตรี ตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์
2. นายกเทศมนตรี ตำบลรางกระทุ่ม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
3. สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสันกำแพง เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
4. สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเกาะคา เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
5. สมาชิกสภาเทศบาลตำบลไชยวาน เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี
6. สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
7. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท้ายสำเภา อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช
6 มี.ค. 69 กกต. ประชาสัมพันธ์สีของบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี จำนวนทั้งสิ้น 297 แห่ง บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล สีเขียว บัตรเลือกตั้งนายกเทศมนตรี สีเหลืองทอง ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562
6 มี.ค. 69 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาล ประกาศจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล 7,342 คน และนายกเทศมนตรี 575 คน ในวันเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค. 69
18 ก.พ. 69 กกต. เห็นชอบแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาล จำนวน 297 แห่ง และกำหนดวันรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 23 – 27 ก.พ. 69 และวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค. 69
11 ม.ค. 69 วันเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เนื่องจากนายก อบต. และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปีในวันที่ 27 พ.ย. 68 นับแต่การเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อ 28 พ.ย. 64
31 ธ.ค. 68 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2568 กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามผู้ใหญ่บ้าน โดยแบ่งความผิดออกเป็น 2 บัญชี ดังนี้
บัญชี ก : ห้ามดำรงตำแหน่งตลอดชีวิต ได้แก่ ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ผลิต, นำเข้า, ส่งออก หรือจำหน่าย, ทุจริตในการเลือกตั้ง,เจ้ามือหรือเจ้าสำนักพนัน,ค้ามนุษย์ และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
บัญชี ข : ห้ามดำรงตำแหน่ง 10 ปี ได้แก่ ความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือครอบครองเพื่อเสพ, ความผิดเกี่ยวกับที่ดินสาธารณประโยชน์ , ความผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้, ป่าสงวน, อุทยานแห่งชาติ และการสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า, ทวงหนี้โดยใช้ความรุนแรง และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนหรือระเบิด
24 พ.ย. 68 กกต. กำหนดวันเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ระหว่างวันที่ 1 – 5 ธ.ค. 68
29 ต.ค.2568 ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาและลงมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น การบริหารงานบุคคลท้องถิ่น รวม 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่…) พ.ศ… ร่าง พ.ร.บ.สภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่…) พ.ศ…. ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่…) พ.ศ… และ ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่…) พ.ศ…โดยปรับเกณฑ์ลดอายุผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้บริหารท้องถิ่น-ไม่จำกัดวาระ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พิจารณาแก้ไขเนื้อหาแล้วเสร็จ โดยหลังจากนี้จะส่งให้ สว. พิจารณาเนื้อหาต่อไป
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 มาตรา 78 กำหนดว่า “รัฐจะต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจในกิจการท้องถิ่นได้เอง พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และระบบสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น”
นับเป็นจุดเริ่มต้นการกระจายอำนาจที่สำคัญ และเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐให้ความเป็นอิสระแก่ท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเอง ตามความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นทั้งอิสระในการกำหนดนโยบายการปกครอง การบริหาร การบริหารงานบุคคล การเงิน การคลัง และมีอำนาจหน้าที่ของตนเอง
ต่อยอดมาสู่แนวคิดการ “เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด” ถูกนำเสนอต่อสังคมหลายครั้ง ตั้งแต่แนวคิดทฤษฎี มุมมองทางวิชาการ ข้อเสนอจากภาคประชาสังคม รวมถึงการยกตัวอย่างต่างประเทศ ฯลฯ หนึ่งในเหตุผลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอ คือเพื่อแก้ปัญหาการรวมศูนย์อำนาจการบริหารประเทศไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศได้หลากหลายมิติมากขึ้น
แต่แทบทุกครั้งที่มีข้อเสนอให้ “เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด” เพื่อเดินหน้าปฏิรูประบบราชการและสนับสนุนการกระจายอำนาจเต็มรูปแบบ ข้อเสนอดังกล่าวมักถูกต่อต้านจาก “ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย” เป็นอย่างมาก
นอกจากการแสดงทรรศนะในระดับผู้บริหารของกระทรวงฯ ส่วนกลาง หลายครั้งยังมีความเคลื่อนไหวโดยกลุ่มข้าราชการในระดับภูมิภาค ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัด กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ
หนึ่งในเหตุผลที่มักถูกหยิบยกมาถกเถียงในเชิงวิชาการ คือ การที่ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว ประชาชนไม่พร้อม รายได้แต่ละจังหวัดไม่เพียงพอต่อการจัดการงบประมาณและค่าใช้จ่าย รวมถึงความกังวลว่าจะมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ เพราะเห็นตัวอย่างในการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ
กระทั่งปี 2565 มีการเกิดขึ้นของแคมเปญ #เลือกตั้งผู้ว่าฯทั่วประเทศ ความหวัง กระจายอำนาจสู่ต่างจังหวัด โดยกลุ่ม We’re All Voters เพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนผ่าน Change.org แต่ดูเหมือนว่ากระแสของสังคมยังไม่ได้ผลักให้ข้อเสนอนี้ถูกขยายผลไปสู่การรับรู้ของประชาชนในวงกว้าง หรือท่าทีตอบรับจากภาครัฐ มีเพียงการถูกยกระดับไปสู่การจัดทำเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองหลายพรรค ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่แตกต่างกันที่รายละเอียด
ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกลชูนโยบายการกระจายอำนาจในการหาเสียง แต่สุดท้ายเมื่อไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนโยบายนี้จึงไม่ถูกขานรับจากภาคการเมือง ในขณะที่ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ จากพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศได้ประกาศนโยบาย ผู้ว่าฯ CEO เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการบริหารงานในแต่ละจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
ต่อมา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ P Move ยื่นเรื่องข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล ด้านการกระจายอำนาจ ขอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง เพื่อปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นโดยการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นและสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ช่วงเลือกตั้ง นายก อบจ. 1 ก.พ. 2568 47 จังหวัด และ สมาชิก อบจ. 76 ทั่วประเทศ หลายภาคส่วนเริ่มกลับมาเคลื่อนไหว ประเด็นการกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นอีกครั้ง โดยหยิบยกเรื่องบทบาท อำนาจ หน้าที่ ตลอดจนการใช้งบประมาณของ อบจ. ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า