คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงานเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาค่าไฟและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อ 1 ตามหน้าที่และอำนาจ โดยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ตามที่กระทรวงพลังงาน เสนอ
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในการประชุม เมื่อ 1 เม.ย. 69 ได้พิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็นและมีมติเห็นชอบการปรับอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) สำหรับงวดเดือน พ.ค. ถึง ส.ค. 69 โดยกำหนดอัตรา ค่า Ft ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้น 2% จาก 3.88 บาทต่อหน่วยในงวดปัจจุบัน
ทั้งนี้ ค่าไฟดังกล่าวเป็นผลจากการที่ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้รับภาระต้นทุนคงค้างสะสม (Accumulation Factor:AF) ไว้แทนประชาชนไปพลางก่อน 35,928 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย ร่วมกับการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ทั้งหมดจำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์ต่อหน่วย มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลกจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง
ประกอบกับคำแถลงนโยบาย รัฐบาลของ ครม. เมื่อ 9 เม.ย. 65 ได้กำหนดนโยบายการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านพลังงาน จึงเห็นควรดำเนินการตามข้อเสนอวาระแห่งชาติด้านพลังงานเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาค่าไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ไฟบ้าน 200 หน่วยแรกคิดไม่เกิน 3 บาท
ในด้านการการบรรเทาผลกระทบราคาค่าไฟฟ้าของประชาชน กำหนดนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก โดยปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย โดยพิจารณามอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เป็นผู้กำหนดนโยบายค่าไฟฟ้าดังกล่าว
ขณะเดียวกันให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณา ปรับปรุงการออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายใน มิ.ย. 69 โดยอัตราค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยของกลุ่มบ้านอยู่อาศัย ยังคงเท่าเดิม
กดราคาก๊าซชั่วคราวเพื่อลดค่าไฟ โยกจ่ายคืนปี 70
มอบรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติภายใต้ใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ กฟผ. คิดราคาก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้า กฟผ. ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (PP) และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่มีสัญญาซื้อขายกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ กฟผ.
ในส่วนที่ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ตามจริงแต่ไม่เกินค่าเฉลี่ยราคาควบคุมที่ภาคนโยบายกำหนด 347.47 บาทต่อล้านบีทียู สำหรับงวดเดือน พ.ค. ถึง ส.ค. 2569 เพื่อลดผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของประชาชน และให้นำส่วนต่างของราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริง (Pool Price) กับค่าก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บไปทยอยเรียกคืนในการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้ารอบเดือน ม.ค. 2570 เป็นต้นไป ตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเห็นชอบ (กกพ.) โดยให้ ปตท. และ กฟผ. ร่วมคำนวณปริมาณและราคาก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บ และบริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าว ตลอดจนดำเนินการที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับกฎหมาย เพื่อเสนอ กกพ. กำกับดูแลการดำเนินงานต่อไป
ดึงเงิน Bypass Gas เหลือ 369 ล้าน ช่วยกดค่าไฟ
นอกจากนี้ตามที่ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการประชุมเมื่อ 13 ก.พ. 66 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแนวทางการให้ความร่วมมือของ ปตท. ในการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าไฟฟ้ากลุ่มเปราะบางในช่วงวิกฤติพลังงาน วงเงินประมาณ 4,300 ล้านบาท สำหรับงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2566 และให้ กฟผ. สามารถนำต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงดังกล่าว ไปใช้ในการลดค่าไฟฟ้าแก่กลุ่มเปราะบางซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน โดยมอบหมายให้ กกพ. กำกับดูแลการดำเนินการ
ต่อมา สำนักงาน กกพ เมื่อ 30 พ.ค. 68 ได้รายงานผลการดำเนินการดังกล่าว โดย กฟผ. ได้ชำระเงินผลประหยัดจากมูลค่าการจัดสรรก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย โดยไม่ผ่านกระบวนการแยกก๊าซของโรงแยกก๊าซ (Bypass Gas) ข้างต้นให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ และลูกค้ารายย่อยของ กฟผ. แล้ว จำนวน 3,192,929,155.21 บาท และยังมีเงินคงเหลืออีก 369,568,004.06 บาท
ซึ่งเงินคงเหลือดังกล่าวนั้น สำนักงาน กกพ. ได้เสนอให้นำมาปรับลดค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับค่า Ft ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าต่อไป ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและอาจยืดเยื้อ จึงเห็นควรเสนอค ครม. เพื่อรับทราบและมอบหมายกระทรวงพลังงาน นำเสนอ กพช พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป โดยให้นำไปลดค่า Ft ในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 69 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน
มติ กพช. รับลูก ครม.
ต่อมาที่ประชุม กพช. เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการตามมติ ครม. ในการปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ประกอบด้วยอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราก้าวหน้า
ทั้งนี้มอบหมาย กกพ. ร่วมกับ กฟน. และ กฟภ. ปรับปรุงการออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า ให้เป็นไปตามนโยบายและกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน ให้แล้วเสร็จภายใน มิ.ย. 69 ตามมติ ครม. และให้ กกพ. กำกับดูแลการชดเชยและอุดหนุนรายได้ระหว่างผู้รับใบอนุญาตให้เป็นธรรมโดยคำนึงถึงสถานะทางการเงินของแต่ละราย
รวมถึงให้ กกพ. นำเงิน Bypass Gas จำนวน 369,568,004.06 บาท มาเป็นส่วนลดค่า Ft งวดเดือน พ.ค.–ส.ค. 69 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน
เนื้อหาอื่นเพิ่ม:




