หลังจาก “โหมโรง” มานาน เกี่ยวกับนโยบายสำคัญของรัฐบาล “ไทยช่วยไทยพลัส” ในวันนี้ (30 เม.ย.) ก็ได้ข้อสรุป แม้ว่ายังไม่เปิดรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีการประชุมหารือเกี่ยวกับงบประมาณที่จะนำมาใช้
รายละเอียดของ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีการโพสต์ลง เพจเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย เป็น infographic ให้รายละเอียด “เบื้องต้น” เกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทย หรือไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัส ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อ โดยมีรายละเอียดการใช้สิทธิ์ 4,000 บาท ใช้จ่าย 100 บาท รัฐออกให้ 60 % ประชาชนออก 40%

รายละเอียดกรอบวงเงิน
รัฐบาลจะแบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท รวม 4 เดือน รับสิทธิ์ 4,000 บาท แจกเงิน 4,000 บาท จ่ายเดือนละ 1,000 บาท
- เดือนที่ 1 เดือนมิ.ย.2569 จำนวน 1,000 บาท
- เดือนที่ 2 เดือนก.ค.2569 จำนวน 1,000 บาท
- เดือนที่ 3 เดือนส.ค.2569 จำนวน 1,000 บาท
- เดือนที่ 4 เดือนก.ย.2569 จำนวน 1,000 บาท
4 เงื่อนไขการใช้สิทธิ์
- ต้องใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
- ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้
- สิทธิ์ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้
- ใช้จ่ายภายในเดือนที่ได้รับสิทธิ์
- ลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส ผ่าน “เป๋าตัง”
สำหรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนในเดือนพฤษภาคม 2569 ผ่านทาง “แอปฯ เป๋าตัง” ซึ่งก่อนหน้านี้ คุณสมบัติของผู้ที่จะลงทะเบียนได้มีดังนี้
คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน“ไทยช่วยไทยพลัส”
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- มีบัตรประจำตัวประชาชน
- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิ หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
เตรียมเคาะ ครม.เศรษฐกิจ 4พ.ค
อย่างไรก็ตาม ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกถึง ความคืบหน้า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” หรือที่จะเปลี่ยนมาเป็น “ไทยช่วยไทยพลัส” จะมีการประชุมเรื่องนี้ใน ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 4 พฤษภาคมนี้ เพื่อเสนอรายละเอียดของโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว
“เป้าหมายตั้งไว้ว่าจะต้องได้ใช้ 1 มิถุนายน ซึ่งมีเวลาให้ลงทะเบียนประมาณ 1 เดือน”
วางกรอบ พ.ร.ก. เงินกู้ราว 5 แสนล้าน
ขณะที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกทีมเศรษฐกิจเข้าหารือช่วงเที่ยง เมื่อ 30 เม.ย. 69 มีการเตรียมความพร้อมที่จะออก พ.ร.ก.กู้เงิน โดยตั้งกรอบวงเงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังมีขั้นตอนที่ในการพิจารณาทางกฎหมาย ที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ
กระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหน?
ดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. เมื่อ 29 เม.ย. 69 ว่าข้อมูลเศรษฐกิจก่อนสงครามในตะวันออกกลางสะท้อนแนวโน้มที่ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้จากการประชุมครั้งก่อนจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและการส่งออกสินค้า
แต่ผลกระทบของสงครามส่งผลให้เศรษฐกิจในปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงที่ 1.5% และ 2.0% ตามลำดับ โดยการบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและแนวโน้มรายได้ที่ลดลง รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลงจากต้นทุนและข้อจำกัดการเดินทาง แต่การส่งออกสินค้ายังมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่องตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีโลก
อ่านเพิ่มเติม: กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% คาดระยะสั้นเงินเฟ้อพุ่งเกินกรอบ 3%
นอกจากนี้ กรณีที่รัฐบาลดำเนินมาตรการทางการคลังด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม สมติฐานเบื้องต้นใช้งบประมาณ 3 แสนล้านบาท จะทำให้เศรษฐกิจในปีนี้ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ 0.5 – 0.7% แต่จะปรับลดลง 0.5% ในปีหน้าเมื่อผลของมาตรการหมดไปและผลของฐานที่สูงขึ้น
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




