กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยรายสัปดาห์ 4-10 พ.ค. นักท่องเที่ยวชะลอตัวด้านการเดินทาง หลังสิ้นสุดการออกเดินทางในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง รวมทั้งสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อจำนวนเที่ยวบินลดลง และราคาบัตรโดยสารที่เพิ่มขึ้น แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดหลัก อย่างจีน มาเลเซีย และอินเดีย ยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยเป็น 3 อันดับแรก
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม ตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค.-10 พ.ค. 69) รวม 12.44 ล้านคน ลดลง 3.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวจากจีนมากที่สุดกว่า 2 ล้านคน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่านักท่องเที่ยวจากยุโรปและตลาดที่มีศักภาพสูงลดลงอย่างมาก

นักท่องเที่ยวตลาดจีนเดินทางเข้ามาสะสมแตะระดับ 2 ล้านคนในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 472,757 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 128,853 คน หรือ 21.42% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เฉลี่ยวันละ 67,537 คน
5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน 93,831 คน มาเลเซีย 69,612 คน อินเดีย 46,271 คน รัสเซีย 20,578 คน และลาว 14,585 คน แต่นักท่องเที่ยวจีน มาเลเซีย รัสเซีย ลาว และอินเดีย ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 30.37% 25.01% 19.65% 13.10% และ 2.55% ตามลำดับ
สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติ และปรับราคาสอดคล้องกับภาวะตลาดโลก การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-10 พ.ค. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 12,439,148 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ประมาณ 607,206 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 2,065,504 คน มาเลเซีย 1,390,497 คน อินเดีย 898,961 คน รัสเซีย 895,557 คน และเกาหลีใต้ 496,437 คน
แบงก์ชาติคาดจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้ทรงตัว
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกรายงานนโยบายการเงินไตรมาสแรก ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 คาดว่าทรงตัว ขณะที่ปี 2570 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ทยอยคลี่คลาย
กนง. คาดว่าแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัวจากปีก่อน แม้นักท่องเที่ยวจีนยังขยายตัวดีตามความกังวลด้านความปลอดภัยที่ทยอยคลี่คลาย แต่กลุ่มตลาดระยะไกล (long-haul) โดยเฉพาะตะวันออกกลางและยุโรป รวมถึงกลุ่มตลาดระยะใกล้ (short-haul) ที่ไม่รวมจีนมีแนวโน้มลดลง

ที่มา: รายงานนโยบายการเงิน ไตรมาส 1/2569
จากข้อจำกัดด้านการเดินทางและต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2570 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการฟื้นตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสงครามเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งจากข้อจำกัดด้านการเดินทางที่ทยอยคลี่คลาย
ด้านรายรับภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามค่าใช้จ่ายต่อทริปที่สูงขึ้น จาก (1) นักท่องเที่ยวจีนที่ใช้จ่ายสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และ (2) จำนวนวันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ซึ่งมีแนวโน้มขับรถเที่ยวไทยนานขึ้น หลังหาดใหญ่ฟื้นตัวจากน้ำท่วมได้ช้า
ผู้ประกอบการคาดฟื้นตัวไตรมาส4
ทั้งนี้ จากการสำรวจความเห็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับแนวโน้มภาคการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการคาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปี 2569 จะอยู่ที่ 32 – 33 ล้านคน
- ไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มหดตัวจากปีก่อน จาก (1) การยกเลิกเส้นทางการบิน และการยกเลิกการจองล่วงหน้า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรป (2) ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกระทบนักท่องเที่ยวประเทศใกล้เคียงที่ขับรถเข้าไทยโดยเฉพาะมาเลเซีย และ (3) ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นกระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอาเซียน
- หากสถานการณ์ความขัดแย้งทยอยคลี่คลาย คาดว่าการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ปี 2569 จะมีแนวโน้มปรับดีขึ้น จากการจัดงานเทศกาลขนาดใหญ่หลายรายการช่วงท้ายปี
SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดว่าดุลการท่องเที่ยวแย่ลงจากผลกระทบสงคราม ในช่วงก่อนวิกฤติปี 2019 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยสูงสุดถึง 39.8 ล้านราย
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยกลับไม่สามารถฟื้นตัวทำจุดสูงสุดใหม่ได้หลังวิกฤติโควิดอยู่ที่เพียง 33 ล้านรายในปี 2025 ผลจากเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวชะลอลง การออกนโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของหลายประเทศเอเชีย (Tourism war) รวมถึงความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนในการท่องเที่ยวไทย
สำหรับปี 2026 ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยอาจไม่เติบโตจากผลสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากการปรับลดจำนวนเที่ยวบินทั่วโลก ต้นทุนการเดินทางสูงขึ้นมากตามราคาน้ำมัน และความกังวลของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยในปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการลดลงของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปแล้ว ซึ่งมีกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




