นับจากวันแรก เมื่อ 6 เม.ย. 69 ที่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ก็เริ่มขยับ “ปฏิรูปประกันสังคม” จนกลายเป็นหนึ่งในนโยบายด้านแรงงานที่ถูกจับตามากที่สุดนโยบายหนึ่งของรัฐบาล และเป็นประเด็นใหญ่ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา
เพราะนี่ไม่ใช่แค่การ “เพิ่มสิทธิประโยชน์” ให้ผู้ประกันตน แต่คือการแตะโครงสร้างกองทุนขนาดใหญ่ ที่มีเงินสะสมระดับ “ล้านล้านบาท” และเกี่ยวข้องกับแรงงานไทยกว่า 24 ล้านคน
“ต้องการให้สำนักงานประกันสังคมเป็นองค์กรหลักที่ดูแลเม็ดเงินของแรงงานได้อย่างมีอิสระ ไม่ขึ้นอยู่ภายใต้การกำกับหรือแทรกแซงของฝ่ายการเมืองใดๆ แม้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มาจากฝ่ายการเมืองก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่เข้าไปแทรกแซง เพราะการทำงานต้องมีอิสระและโปร่งใส”
คำถามสำคัญต่อการทำหน้าที่ของ “จุลพันธ์” ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน จึงไม่ใช่แค่ “ได้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่ม” แต่คือ “ระบบจะยั่งยืนแค่ไหน” เพราะ หัวใจของกองทุนประกันสังคมของไทย ที่ปัจจุบันมีเงินสะสมรวมกว่า 2.6 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นส่วนของ “กองทุนชราภาพ” สำหรับจ่ายบำนาญในอนาคต ขณะที่โครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่ “สังคมสูงวัย”กำลังทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รายรับมีแนวโน้มชะลอลง
หากไม่ปรับโครงสร้าง กองทุนชราภาพอาจเริ่มตึงตัวในอีก 20–30 ปีข้างหน้า การสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุนประกันสังคมจึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องคิดให้รอบด้านมากกว่าที่ผ่านมา
หากลองประมวลสิ่งที่ “จุลพันธ์” เริ่มขยับทั้งในเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม และการเพิ่มสิทธิประโยชน์ สามารแบ่งออกดังนี้
1. ปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม ทุกมิติ
สิ่งที่ “จุลพันธ์” ประกาศรื้อโครงสร้างประกันสังคม และสังคมต้องร่วมกันติดตามว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ มีประเด็นสำคัญ ดังนี้
- เร่งรื้อโครงสร้างประกันสังคม ที่ผ่านมามีเสียงเรียกร้องจากทั้งผู้ประกันตน นักวิชาการและเครือข่ายแรงงาน ให้ปฎิรูปเชิงโครงสร้างประกันสังคม โดยเฉพาะการทำให้ กองทุนประกันสังคมเป็นอิสระจากระบบราชการและมีมืออาชีพเข้ามาบริหาร
- เสนอการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อปฏิรูปกองทุนทั้งระบบ โดยเริ่มจากการขยายฐานผู้เข้าสู่ระบบ ดึงแรงงานนอกระบบซึ่งมีอยู่จำนวนมากให้เข้ามาอยู่ภายใต้ความคุ้มครอง ผ่านการปรับนิยาม “ลูกจ้าง–นายจ้าง” ให้ครอบคลุมแรงงานแพลตฟอร์ม พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์เพื่อสร้างแรงจูงใจในระยะยาว
- สำนักงานประกันสังคมต้องเป็นอิสระ ปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมให้เป็นองค์กรที่สามารถพึ่งพาได้ ไม่กลายเป็นขั้วการเมืองใดการเมืองหนึ่ง โดยการบริหารต้องให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างบอร์ดอย่างไร เพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
- เลือกตั้งบอรด์ประกันสังคม ยึดสูตร 1 เลือก 7 การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ดประกันสังคม ต้องมีการใช้สูตรการเลือกตั้งปัจจุบัน คือ 1 คน เลือกได้เลือก 7 เสียง ซึ่งจะลงนามให้ใช้สูตรดังกล่าว หลังมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาทันที ประธานบอร์ดมาจากการเลือกตั้งของคณะกรรมการไม่ใช่ราชการ ,ยกระดับประกันสังคมสู่กองทุนที่โปร่งใส ทันสมัย และไว้ใจได้
- เปิดเผยงบลงทุนโปร่งใส ส่วนเรื่องโครงสร้างการลงทุน จะจำกัดค่าใช่จ่ายสำนักงาน ให้ใช้เงินกองทุนไม่เกิน 5% ของเงินสมทบรายปี ตั้งคณะกรรมการลงทุน ตรวจสอบอิสระ โปร่งใส กำหนด KPI การลงทุน วัดผลได้จริงและ เปิดเผยข้อมูล งบ ผลตอบแทน พร้อมบทลงโทษชัดเจน
2. ลดเงินสมทบ รับวิกฤตพลังงาน
หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือการ “ศึกษาแนวทางลดเงินสมทบ” โดยเฉพาะฝั่งลูกจ้าง เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ ในทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง แม้จะหมายถึงการเพิ่มรายได้สุทธิให้แรงงานทันที แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือ “การลดรายรับของกองทุน”จึงยังมีคำถามถึงความยั่งยืนของกองทุนระยะยาว
จุลพันธ์ บอกว่า ยอมรับว่าวิกฤตราคาพลังงานที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นประเทศที่เป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติ
แต่ขณะนี้ราคาพลังงานคงอยู่ในระดับดับสูง สิ่งที่ได้มอบหมายแผนดำเนินการเร่งหามาตรการ นี่คือความตั้งใจของทางกระทรวงแรงงาน คือ การช่วยพี่น้องแรงงานให้ได้มากที่สุด มาตรการที่เราจะหาข้อสรุปได้เร็ว คือ การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของลูกจ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างให้สำนักงานประกันสังคมศึกษารายละเอียด ทั้งในเรื่องอัตราและระยะเวลา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน
3 เพิ่มสิทธิ: ยกระดับสวัสดิการสุขภาพ
สำนักงานประกันสังคมพัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 โดยได้มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมครั้งสำคัญ เพื่อให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 69 ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถเข้าใช้สิทธิด้านทันตกรรมได้ที่หน่วยงานหรือโรงพยาบาลของรัฐที่ทำความตกลง ครอบคลุมบริการพื้นฐาน ทั้งการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และผ่าฟันคุดทุกรูปแบบดังนี้
- สิทธิประโยชน์เดิมซึ่งครอบคลุมการอุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟันที่ 900 บาทต่อปี ยกระดับเพิ่มเติมในกรณีการผ่าฟันคุด ในอัตรา 1,500 – 2,500 บาทต่อซี่ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ฟันปลอมชนิดถอดได้บางส่วน (1-5 ซี่): เดิมเบิกได้ไม่เกิน 1,300 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 1,500 บาท
- ฟันปลอมชนิดถอดได้บางส่วน (มากกว่า 5 ซี่): เดิมเบิกได้ไม่เกิน 1,500 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 2,000 บาท
- ค่าซ่อมฟันปลอม ในอัตรา 900 บาทต่อครั้ง
- ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก (บนหรือล่าง): เดิมไม่เกิน 2,400 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 3,000 บาท
- ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก (บนและล่าง): เดิมไม่เกิน 4,400 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 6,000 บาท
- รากฟันเทียม เพิ่มสิทธิพิเศษสำหรับการฝังรากฟันเทียมเพื่อรองรับฟันเทียมทั้งปากมีวงเงินสนับสนุนค่าผ่าตัดใส่รากฟันเทียมรายละ 17,500 บาท และค่าชุดรากฟันเทียมอีก 3,300 บาท พร้อมการติดตามผลการรักษา
4 . ปรับสูตรบำนาญ – รับมือสังคมสูงวัย
ส่วนประเด็นใหญ่ที่สุด คือ “สูตรคำนวณบำนาญ” หัวใจของการสร้างความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคม เนื่องจากสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
วันแรกของการเข้ารับตำแหน่งของ “จุลพันธ์” จึงมีกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 39 บุกร้องเรียนว่าสูตรปัจจุบันไม่ยุติธรรมและทำให้ได้บำนาญน้อยลง โดยเตรียมปรับแก้ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 ที่วินิจฉัยให้กลับไปใช้ฐานค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้ายของมาตรา 33 ในการคำนวณเพื่อความเป็นธรรมสูงสุด
ส่วน “บำนาญ “สูตร CARE” เพื่อให้การคำนวณเงินบำนาญเหมาะสมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการส่งมากได้มาก ส่งน้อยได้ตามสัดส่วน แม้จะผ่านการประชาพิจารณ์แล้ว อยู่ระหว่างการรอรัฐมนตรีการะทรวงแรงงาน หรือ “จุลพันธ์” เซ็นลงนามเพื่อส่งคณะรัฐมนตรีมีมติประกาศใช้
ขณะที่ “จุลพันธุ์” ยังไม่ประกาศชัดเจนว่าจะลงนามให้ผู้ประกันตนใช้บำนาญสูตร CARE บอกแต่เพียง เร่งศึกษาสูตรบำนาญชราภาพใหม่ โดยเน้นศึกษา “สูตร CARE” เพื่อสร้างความเป็นธรรมและสมดุล
แม้จะชัดเจนว่า การเข้ามานั่งว่าการกระทรวงแรงงานของ “จุลพันธ์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีเป้าหมาย ปฏิรูปประกันสังคม และประกาศออกมาอย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรกของการทำงาน จึงต้องจับตากันอย่างใกล้ชิด ว่าการปฏิรูปประกันสังคม จะเดินถูกทาง เพื่อดูแลสวัสดิการแรงงานอย่างเป็นธรรม
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:
- รัฐบาลอนุทินรื้อใหญ่ ประกันสังคม “รอบ 35 ปี”
- เปิดผลตอบแทน 10 ปี ‘เงินบำเหน็จชราภาพ’ ผู้ประกันตน
- ทางรอด”กองทุนประกันสังคม” ต้องปฏิรูปใหญ่-เป็นอิสระ




