ในช่วงปี 68 ประเทศไทยเผชิญกับการมาของ “ลานีญา” ส่งผลให้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ แต่ในปีนี้ กำลังเข้าสู่ “เอลนีโญ” ที่ความแห้งแล้งกำลังมาเยือน แต่ก่อนจะไปถึงปรากกการณ์เช่นนั้น ยังต้องเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน หรือเรียกว่า “เอ็นโซ” สภาพอากาศไม่รุนแรงมากสำหรับประเทศไทย
El Niño-Southern Oscillation (ENSO) หรือสภาวะเป็นกลาง เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นปกติ เป็นการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร ที่ส่งผลต่อสภาพอากาศในพื้นที่ต่างๆ ของโลก โดยปรากฎการณ์ของ ENSO มีสามลักษณะ อย่างแรก ENSO-Neutral คือสภาวะเป็นกลาง อุณหภูมิน้ำทะเลและสภาพอากาศในช่วงเวลานี้จะไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัด สื่อได้ว่ากลับสู่สภาวะเป็นกลาง
ลานีญา (La Niña) สื่อถึงสภาวะที่อุณหภูมิน้ำทะเลที่จะเย็นขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตกมากกว่าปกติ ยกตัวอย่าง เช่น ปีนี้ที่ประเทศไทยเจอกับสภาพอากาศที่ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ หนึ่งในเหตุผลที่มีฝนเยอะก็มาจากอิทธิพลของปรากฎการณ์ลานีญา
ในทางกลับกันเอลนีโญ (El Nino) เป็นสภาวะที่อุณหภูมิน้ำทะเลจะอุ่นกว่าปกติ ผลที่ตามมาคืออากาศที่ร้อนและความเป็นไปได้ของภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากฝนจะตกน้อยลง ครั้งล่าสุดที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ คือช่วงปลายไตรมาสที่สองของปี 2566 จนถึงช่วงต้นไตรมาสที่สองของปี 2567
ต้นปี 2026 ลานีญาจะอ่อนกำลัง กลับสู่สภาวะเป็นกลาง
ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาโลกออกประกาศทิศทางของ ENSO สำหรับช่วงต้นปี 2569 การคาดกาณ์และการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าจะมีความเป็นไปได้ 55% ที่สภาวะลานีญาจะยังคงเกิดขึ้นในช่วง ธ.ค. 2568 – ก.พ. 2569 และในช่วงเวลาเดียวกัน สภาวะเป็นกลางมีความเป็นไปได้ที่ 45%
ในช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 2569 ความน่าจะเป็นของสภาวะเป็นกลางจะเพิ่มขึ้นไปที่ 65% และสภาวะลานีญาจะลดลงไปที่ 35% หลังจากนั้นความเป็นไปได้ที่จะเกิดสภาวะเป็นกลางเพิ่มขึ้นไปที่ 75% ในช่วงเดือน ก.พ. – เม.ย. 2569 และสภาวะลานีญาจะลดลงมาที่ 25%
โดยสรุปแล้ว สภาวะลานีญาที่คงอยู่ในปัจจุบันยังคงอยู่ต่อไปแต่จะอ่อนกำลังลงพร้อมกับการเริ่มที่จะกลับไปสู่สภาวะเป็นกลาง และไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสภาวะเอลนีโญในไตรมาสแรกของปี 2569

ที่มา: World Meteorological Organization (WMO)
ความถี่ของการเปลี่ยนแปลง
ตามธรรมชาติแล้ว ปรากฎการณ์ ENSO มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สม่ำเสมอ แต่โดยเฉลี่ยการเปลี่ยนแปลงสภาวะจะเกิดขึ้น ทุกๆ 2-7 ปี
ข้อมูลจาก National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ของสหรัฐอเมริกา อธิบายว่าปรากฎการณ์เอลนีโญเกิดขึ้นถี่กว่าลานีญา และเมื่อเกิดปรากฎการณ์เอลนีโญขึ้น จะอยู่ประมาณ 9-12 เดือน ในขณะที่ปรากฎการณ์ลานีญาจะอยู่นานกว่า 1-3 ปี โดยประมาณ
ก่อนหน้านี้ Policy Watch ได้มีโอกาสได้คุยกับ สมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน อดีตผู้อำนวยการกรมอุตุนิยมวิทยา สมควรอธิบายว่าปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของสภาวะ ENSO มีความผันผวนมากกว่าในอดีต สะท้อนได้จากการที่สภาวะ ENSO มีการเปลี่ยนแปลงที่ “ถี่ขึ้น” จากช่วงก่อนหน้านี้ รอบหนึ่งอาจจะใช้เวลานาน แต่ในปัจจุบันจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทุกๆ 2 ปีครึ่งโดยประมาณ ทั้งนี้ก็เป็นผลพวงมาจาก Climate Change ที่รุนแรงยิ่งขึ้นด้วย
สภาพอากาศปี 68 ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร?
ในปี 2568 ที่ผ่านมา สภาพอากาศในช่วงครึ่งปีแรก เผชิญกับสภาวะเป็นกลางหรือ ENSO-Neutral ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2567
โดยในช่วงเดือน มิ.ย. – ส.ค. ปี 68 ความเป็นกลางอยู่ที่ 70% และการก่อตัวของสภาวะลานีญาอยู่ที่ 30% แต่หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่า “ลานีญากลับมา” ในช่วงเดือน ก.ย. – พ.ย. ที่สภาวะความเป็นกลางลดลงไปที่ 45% และความน่าจะเป็นของลานีญาเพิ่มขึ้นไปเป็น 55% (หรือถึง 60% ในช่วงเดือน ต.ค.) และในเดือนสุดท้ายของปีเดือนธันวาคมลานีญายังคงอยู่ที่ 55%
จากข้อมูลข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่าลานีญาเริ่มพัฒนาอย่างจริงจังช่วงกลางปีและอยู่ยาวจนถึงปลายปี จึงไม่แปลกที่ปีนี้ประเทศไทยเจอฝนตกในปริมาณที่มาก และฝนยังตกยาวจนถึงช่วงต้นฤดูหนาวอีกด้วย เพราะมีปรากฎการณ์ลานีญาเข้ามาเป็นหนึ่งในปัจจัย
สุดท้าย หากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปี 2569 จะเป็นไปตามที่กรมอุตุโลกฯ ได้ชี้แจงไว้ ในเวลาเดียวกันก็อาจสื่อว่าหลังจากอยู่ในสภาวะเป็นกลางมาสักพักหนึ่ง อาจจะถึงเวลาที่เอลนีโญหรือความร้อนและแล้งจะกลับมาหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น การเตรียมตัวจึงสำคัญ และการเตรียมการที่ดีและเร็วก็จะช่วยลดผลกระทบลงได้โดยเฉพาะภาคเกษตร
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




