
เริ่มต้นปี 69 ด้วยลานีญาที่อ่อนกำลังลง หลังจากที่ปรากฎการณ์ลานีญาอยู่มาตั้งแต่ช่วงกลางปี 68 และคาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติหรือเป็นกลางในช่วงเดือน เม.ย. 69 สภาพอากาศกำลังเข้าสู่ “เอลนีโญ” ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่จะทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งรุนแรงหรือไม่ ยังเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

โลกเข้าสู่ยุค “สุดขั้ว” แต่ระบบจัดการภัยพิบัติไทยยังเปราะบาง ถึงเวลาเลิกวิธีคิดแบบ “แยกส่วนทำ” แล้วนำ “ภัยพิบัติสุดขั้ว” เข้าไปอยู่ในหัวใจทุกภาคส่วน ทุกมิตินโยบาย พร้อมจัดตั้ง “หน่วยงานกลางเป็นเจ้าภาพ” ให้การบริหารจัดการมีความต่อเนื่อง เป็นอิสระ และครอบคลุมภัยพิบัติในทุกมิติอย่างแท้จริง

ภัยพิบัติจากธรรมชาตินับวันจะมีมากขึ้น แต่การบริหารจัดการที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐจากส่วนกลางยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ สะท้อนได้จากความเสียหายและการฟื้นฟู แต่จากภัยพิบัติมีหลายรูปแบบ ดังนั้น อาจจำเป็นต้องปรับแนวทางการรับมือใหม่ โดยต้องอาศัย "ชุมชนและท้องถิ่น"เข้ามามีบทบาทหลักในการบริหารจัดการ

วันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธันวาคมของทุกปี สถานการณ์สิ่งแวดล้อมยังวิกฤต โลกร้อนขึ้น ภัยพิบัติรุนแรง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เปิดตัวเลขป่า 2.3 ล้านไร่ดูดกลับก๊าซเรือนกระจก 1.69 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่าต่อปี เสนอปลูกป่าเพิ่มขึ้น ช่วยดูดซับคาร์บอนฯมากขึ้น

เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 คือหนึ่งในสถานการณ์ที่ท้าทายระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของไทยอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเพราะปริมาณน้ำฝนที่สูงผิดปกติและสภาพภูมิประเทศที่อ่อนไหวต่อการเกิดน้ำหลาก

น้ำท่วม 4 เดือน พื้นที่รับน้ำ บางบาล จ.อยุธยา ทำให้นักเรียนไม่ได้ไปโรงเรียน แม้จะเรียนผ่านออนไลน์ ก็ขาดอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต ขณะที่ผลผลสำรวจยูนิเซฟ–นิด้าชี้โรงเรียนส่วนใหญ่เผชิญภัยพิบัติ แต่ขาดทรัพยากรและการสนับสนุน ไม่มีความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก หนักขึ้นเรื่อย ๆ หลังปีที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นทุบสถิติใหม่ เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศรุนแรง ทำให้หลายภูมิภาคมีสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไป บางพื้นที่ร้อน บางแห่งแล้งหนัก แต่บางภูมิภาคเผชิญกับฝนตกหนักและอุทกภัยครั้งใหญ่

“อากาศร้อน“ ไม่น่าแปลกใจ เพราะอุณหภูมิโลกขยับขึ้นไม่หยุด เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.26°C ทุก 10 ปี ขณะที่ปีนี้ ยุโรปและอาร์กติกรับผลกระทบหนัก เมื่ออุณหภูมิพุ่งเร็วที่สุดในโลก ส่งผลให้เจอคลื่นความร้อนรุนแรง และจำนวนวันที่อุณภูมิสูงกำลังเพิ่มมากขึ้น

“....ถ้าน้ำมันขึ้นมาก็ยกของขึ้น ถ้าขึ้นถึงชั้น 1 เราก็ขึ้นชั้น 2 เฮาบ่รู้ว่าออกไปแล้วของของเราจะเป็นจะใด เครียด แต่ชินละ...น้ำมันขึ้นมาทุกปี” คำสัมภาษณ์ของประชาชนในจังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ก่อนที่พายุวิภาจะส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก รายงานข้อมูลการพยากรณ์สภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอีก 5 ปี ตั้งแต่ปีค.ศ. 2025-2029 แนวโน้มชัดเจนว่าทั่วโลกจะเจอกับสภาพอากาศที่แปรปรวนกว่าปกติ จากอุณหภูมิใช้พื้นผิวโลกสูงกว่า 1.5 °C อย่างถาวร ส่งผลให้ฝน-แล้ง-น้ำแข็งทั่วโลกละลาย เพิ่มมากขึ้น

เปิด "แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ” ประเมินผลกระทบต่อการตั้งถิ่นฐานของคนไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หลายเมืองทั่วประเทศจะเผชิญกับ "ความร้อน-แล้ง-น้ำท่วม" อย่างเลี่ยงไม่ได้ ในระดับต่าง ๆ กัน โดยเฉพาะหัวเมืองหลักตามลุ่มน้ำ เตือนต้องเร่งหามาตรการรับมือ

สทนช.ระบายน้ำ 21 เขื่อนรับมืออิทธิพลของ “ลานีญา” ทำให้ปริมาณฝนปี 68 เพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกทม. ฝนถล่มในเดือน พ.ค. มีปริมาณมากกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี ขณะที่กรุงเทพมหานครไม่ห่วงน้ำเหนือ มั่นใจรับมือได้ โดยพัฒนาใช้เอไอช่วยประเมินและปรับปรุงสถานีสูบน้ำ ใช้ 1,900 คลองช่วยระบาย

โลกร้อน การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เป็นสิ่งที่เราได้ยินมาอยู่เรื่อยๆ และความรุนแรงของภัยธรรมชาตินั้นมีมากขึ้นทุกปี คงเป็นไปได้ยากที่เราจะหยุดวงจรเหล่านี้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการตั้งรับต่อผลกระทบและพยายามลดการปล่อยมลพิษให้ได้มากที่สุด

น้ำท่วม ไฟป่า ฝุ่นควัน... ปัญหาเดิม ๆ ที่วนเวียนมาไม่จบไม่สิ้นในทุกปี! สะท้อนถึงปัญหาการจัดการภัยพิบัติในรูปแบบเดิมไม่สามารถรับมือได้อีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เราจะใช้ "ข้อมูล" ที่มีอยู่มาออกแบบนวัตกรรมการรับมือภัยพิบัติ ฟื้นคืนชีวิต จิตใจ และเศรษฐกิจของคนไทย

ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่จากภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงและความถี่มากขึ้น โดยเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหลายภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วประเทศได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล ทั้งยังเป็นคำเตือนให้ประเทศไทยเตรียมรับมือกับภัยธรรมชาติที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในอนาคต

สทนช.เผยโครงการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งการระบบป้องกันและขยายพื้นที่กักเก็บ เพื่อลดผลกระทบ แต่จากสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจเป็นเรื่องท้าทายอีกครั้งว่าโครงการดังกล่าวจะเพียงพอหรือไม่

คนเชียงรายปรับบทบาทจาก “ผู้ประสบภัย” เป็น “ผู้มีส่วนร่วมตัดสินใจเชิงนโยบาย” ระดมความเห็นทุกภาคส่วนจากทั้งผู้ประสบภัยพิบัติ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ สื่อ เอกชน และหน่วยงานรัฐ ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายให้จังหวัดเชียงรายเป็นต้นแบบรับมือภัยพิบัติอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอรัฐบาลให้การสนับสนุน

ช่วงสุดท้ายสภานการณ์น้ำท่วมปี 67 เสียหายแล้วกว่า 3 ล้านไร่ มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเชียงราย สศช.แนะรัฐบาลเร่งเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในเรื่องบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานและระบบการเตือนภัย

ปี 2567 ไทยอยู่กับน้ำท่วมแทบตลอดทั้งปี ล่าสุดรวมพื้นที่น้ำท่วมแล้ว 51 จังหวัด ข้อมูลจาก GISTDA ระบุว่าในช่วงวันที่ 29 ต.ค. - 4 พ.ย. 67 มีพื้นที่น้ำท่วม 1.66 ล้านไร่ กระทบ 2.4 แสนหลังคาเรือน ท่ามกลางการจับตาสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าปีผ่านมา

ภาคใต้กำลังเข้าสู่ฤดูฝนในเดือน พ.ย.นี้ สามเดือนนับจากนี้เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม การเตรียมความพร้อมรับมือจึงต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ชุมชนจะต้องตอบ 3 คำถามให้ได้ หนีเมื่อไร? หนีอย่างไร? หนีไปไหน? และภาคีเครือข่ายต้องช่วยสร้างกลไกสนับสนุนให้พวกเขาเข้มแข็ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดน้ำท่วมปี 2567 กระทบเศรษฐกิจไทยอย่างต่ำ 3 หมื่นล้านบาท และอาจสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท หากน้ำท่วมขยายขอบเขตไปยังภาคกลางและภาคใต้ แนะทุกฝ่ายวางแผนรับมือภัยพิบัติที่เสี่ยงรุนแรงมากขึ้นจากสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว

การจัดตั้งศูนย์ภัยพิบัติให้มีมาตรฐาน เป็นประเด็นที่มีการพูดถึงกันมานาน โดยเฉพาะภายหลังจากเกิดภัยพิบัติขึ้น แต่ในที่สุดเรื่องก็เงียบหาย ทำให้การบริหารจัดการทำได้เพียงแค่ "ศูนย์บัญชาการเฉพาะ" แต่จากสถานการณ์โลกร้อน อาจถึงเวลาต้องกลับมาทบทวนกันอย่างจริงจัง เพราะภัยพิบัติอาจรุนแรงและเกิดบ่อยครั้ง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบชัดเจนและรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีการตั้งชื่อให้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเรากำลังก้าวสู่ "ยุคโลกเดือด" ซึ่งจากน้ำท่วมรุนแรงในภาคเหนือในปีนี้ ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบรุนแรงและไม่อาจคาดการณ์ได้ แต่หน่วยงานของรัฐยังขาดแผนรับมืออย่างแท้จริง นอกจากแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

วิกฤตอุทกภัย และปริมาณดินโคลนจำนวนมหาศาลที่พัดพาความเสียหายมาสู่เชียงรายรอบล่าสุด สะท้อนถึงปัญหา “โลกรวน” ที่การจัดการในรูปแบบเดิมไม่สามารถรับมือได้อีกต่อไป วงเสวนาระดมความคิดเห็น สู่มิติใหม่ในการจัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืน เสนอแผน 3 ระยะ พร้อมผลักดันให้มีกลไกร่วมระหว่างรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม

รัฐบาลใช้งบประมาณกว่าร้อยล้านบาท ในปี 65 ติดตั้งระบบเตือนเพื่อรับภัยพิบัติทั่วประเทศ แต่รายงานสหประชาชาติกลับพบว่า ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงของไทยมีเพียง 50% เท่านั้น ที่ได้รับการอบรมเตรียมการป้องกันและรู้จักการเตือนภัย ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติของไทย

จากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2567 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ สะท้อนมให้เห็นว่ายังมีปัญหาด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ดังจะเห็นได้จากความรุนแรงและความเสียหายในวงกว้าง ด้านหอการค้าฯเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อรับมือความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ความเสียหายรุนแรงจากน้ำท่วมเชียงรายรอบนี้ นำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกลไกการแก้ไขปัญหาที่หลาย ๆ รัฐบาลทุ่มงบประมาณหวังลดความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง แต่ในทางปฏิบัติยังพบปัญหาในหลายจุด ทั้งการแจ้งเตือน ระบบฐานข้อมูล จนต้องกลับมาตั้งคำถามว่าสิ่งที่ทำมาในอดีตมาถูกทางแล้วหรือไม่ และต้องทำอะไรเพิ่ม

ไทยเป็นประเทศที่เจอกับภาวะภัยแล้งและน้ำท่วมทุกปี แต่การบริหารจัดการน้ำกลับยังไม่มีประสิทธิภาพ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะนำปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มาเป็นบทเรียนแก้ไขรับมือภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะรุนแรงมากขึ้น

ไทยอาจเผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วมมากขึ้นในหลายภูมิภาค ในช่วง 4 เดือน สุดท้ายของปี 67 จากการเข้าสู่ภาวะลานีญาเต็มตัว แต่ไม่รุนแรงเท่าปี 54 วิจัยกรุงศรีคาดกระทบเศรษฐกิจ 4.65 หมื่นล้านบาท

โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น กลับมาอีกครั้งตามวัฏจักรน้ำท่วม หลังจากฝ่ายการเมืองถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ว่าช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบล่าช้า โครงการนี้กำลังกลายเป็น "เหยื่อแห่งความล้มเหลว"ของการบริหารจัดการน้ำอีกครั้ง

เปลี่ยนรัฐบาลมาหลายชุด แต่ยังไม่มีรัฐบาลไหนให้ความสนใจผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการคาดการณ์ว่ากรุงเทพมหานครจะได้รับผลกระทบติด 1 ใน 10 ของเมืองที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากน้ำท่วม เมื่อกรุงเทพฯเสี่ยงจมน้ำ และ “โลกเดือด” ไม่ใช่แค่วลีสนุกปาก


ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม คือวิกฤตที่คนไทยเผชิญต่อเนื่องทุกปี ทำให้สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ได้จัดเวทีระดมข้อคิดเห็น สรุปออกมาเป็นมติรายงานการพัฒนานโยบายสาธารณะ เรื่องการส่งเสริมความเข้มแข็งกลไกการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ ด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกของพื้นที่ในการร่วมกันวางแผน

ผลกระทบเอลนีโญรุนแรง คาดผลกระทบไทยแล้งหนัก ภัยแล้งต่อเนื่องถึงปี 2567 ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การได้จริงทั่วประเทศ น้อยกว่าปีที่แล้งที่สุด