กระทรวงการคลัง ปิดลงทะเบียนในโครงการบัตรสวัสิการแห่งรัฐ ปี 2569 เมื่อ 21 มิ.ย. 69 มีจำนวนผู้ลงทะเบียน 19.15 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 7 ล้านคน คิดเป็นประชากรที่จัดว่าเป็น “ผู้มีรายได้น้อย” เกือบ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อ 25 มี.ค. 69 กรมการปกครอง (ปค.) ได้เผยแพร่ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่องจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ 31 ธ.ค. 68 มีประชากรทั้งหมด 65,809,011 คน แบ่งเป็นสัญชาติไทย 64,820,708 คน และไม่ได้สัญชาติไทย 988,620 คน
ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่ากระทรวงการคลัง ได้สรุปตัวเลขผู้ลงทะเบียนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งปิดการยืนยันตัวตนไปเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 69 เวลา 23.00 น. โดยพบว่ามีจำนวนผู้ลงทะเบียนอยู่ที่ 19.15 ล้านราย แบ่งเป็น
- กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม มาลงทะเบียน 12.7 ล้านราย จาก 13.18 ล้านราย โดยไม่มาลงทะเบียนราว 4.7 แสนราย
- กลุ่มผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่อยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) 1.04 ล้านราย
- กลุ่มตกหล่นจากการลงพื้นที่สำรวจของ มท. และ พม. จำนวน 5.4 ล้านราย
ตัวเลขผู้ลงทะเบียนทั้ง 19 ล้านรายนั้น เป็นไปตามข้อเท็จจริง และรัฐบาลไม่ได้ล็อกหรือมีเป้าหมายว่าจะต้องมีคนมาลงทะเบียนในรอบนี้เท่าไร หรือจะต้องมีกี่รายที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ความตั้งใจของรัฐบาลในครั้งนี้ คือ ต้องการให้คนที่ยากจนจริง ได้รับสิทธิในโครงการนี้
ลวรณ ระบุว่าไม่อยากให้มีการมองว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้แล้ว และจะมีการละเลยคนที่สมควรได้เข้าโครงการ เพื่อกดตัวเลขให้ต่ำ รัฐบาล และกระทรวงการคลังไม่ได้ต้องการทำแบบนั้น แต่เกณฑ์การคัดกรองที่เข้มข้นขึ้น ก็เพื่อให้ผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ เป็นคนที่จนที่สุดจริง ๆ ส่วนกลุ่มที่จน แต่อาจจะยังไม่จนที่สุด ก็ไม่อยากให้กังวล เพราะรัฐบาลก็จะมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป
หลังจากนี้ จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองด้วยระบบ Data Base ซึ่งจะนำชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนเข้าระบบ จะทำให้เห็นข้อมูลทั้งหมดว่าใครเหมาะสมที่จะได้ หรือไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านทั้ง 19 ล้านราย จะได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด
กระบวนการคัดกรองทั้งหมด จะเป็นไปตามข้อมูลและข้อเท็จจริง คาดว่าจะใช้เวลาในการคัดกรองราว 2-3 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเร่งสรุปตัวเลขเพื่อเสนอให้ ครม. พิจารณา
ลวรณ ระบุว่า ผลหลังจากคัดกรองจะมีความชัดเจนจำนวนผู้มีสิทธิ และจะมีการทบทวนเกณฑ์อื่น ๆ หรือไม่ เพื่อให้มีความเหมาะสม โดยจะเสนอไปกับการเสนอให้ ครม. พิจารณายกเว้นไม่ใช้เกณฑ์เรื่องการนำบิดา มารดา คู่สมรส และบุตรในการลดหย่อนภาษี
คาดว่าจะเสนอ ครม. พิจารณาก่อน 17 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันประกาศผลการคัดกรอง
สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ที่ไม่ได้มาลงทะเบียนยืนยันสิทธิ 4.7 แสนราย หากพิจารณาตามระเบียบจะต้องถูกตัดสิทธิทันที แต่หากต้องการจะยื่นอุทธรณ์ กระทรวงการคลังก็พร้อมจะรับไปพิจารณา เพราะถือเป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องดูแลเป็นพิเศษ
ช่องทางตรวจสอบผู้ได้รับสิทธิ
กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน ในวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 69 ผ่านเว็บไซต์โครงการฯ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และ https://welfare.mof.go.th
แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และที่หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.thและhttps://welfare.mof.go.th
- ระบบยืนยันการลงทะเบียนของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทร. 02-126-5900 ต่อ 30353 – 30355 (08.30 – 16.30 น.) วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
- ศูนย์ตอบปัญหางานทะเบียนและบัตร กระทรวงมหาดไทย: โทร. 1548 (08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
- คุณสมบัติและวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08-5842-7102 ถึง 7109 และสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทร. 09-4858-9794 (08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
- ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 02-109-2345 (08.30 – 17.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
- การลงทะเบียนสวัสดิการอื่น ๆ ผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300
ผู้ไม่ผ่าน ยื่นอุทธรณ์ภายใน 16 ส.ค.
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 17- 31 ก.ค.69 โดยจะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติ ตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 ส.ค. 69
กระทรวงการคลัง จะประกาศผลการอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 ก.ย.69 ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




