
ในช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งใหญ่ การแก้ปัญหาการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงกลับมาเป็นเรื่องที่ทุกคนสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นักเรียน-นักศึกษา ที่ต้องการมีส่วนสำคัญในแก้ปัญหา และอยากเสนอไอเดียหาทางออกไปด้วยกัน

สำนักงานประกันสังคม เตรียมเปลี่ยนกติกาใหม่เลือกตั้งบอร์ด ผู้ประกันตน 1 เสียง เลือกผู้สมัครได้ 1 คน จากเดิม 7 คน และเพิ่มคุณสมบัติผู้สมัครต้องไม่อยู่ภายใต้พรรคการเมือง

ก่อนเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในวันที่ 11 ม.ค. 69 สภาองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคมได้ร่วมมือกันตรวจสอบประวัติผู้สมัครหน้าใหม่และหน้าเดิม รวมทั้งทุจริตที่อาจเกิดขึ้นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพราะข้อมูลที่รอบด้านจำเป็นอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียง

การแก้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ปี 42 ที่รอมานานกว่า 26 ปี ไม่ได้ไปต่อ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลักดัน “พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ” เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร 9 ธ.ค. 68 ก่อน รัฐบาลอนุทิน ประกาศยุบสภาฯ 12 ธ.ค.68

เพราะข่าวลวงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงใกล้เลือกตั้ง 2569 ซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจในการลงคะเนนเสียงเลือกตั้ง และบั่นทอนความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย การมีเครื่องมือตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงสำคัญอย่างมากสำหรับการเลือกตั้ง-ประชามติ

“ความสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง” คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญกว่าการมองเพียงแค่เรื่อง “การทุจริต” หรือ “การซื้อเสียง” ซึ่งการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมจึงไม่เพียงรับรองความถูกต้องตามกฎหมาย หากยังเป็นหลักศีลธรรมทางการเมืองที่ค้ำจุนความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย

หากรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ยุบสภาใน 4 เดือน และได้รัฐบาลใหม่เดือน พ.ค. 69 สภาพัฒน์คาดจะทำให้ พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ประกาศใช้ล่าช้านานสุด 90 วัน กระทบการเบิกจ่ายภาครัฐและเศรษฐกิจไทย

ตลาดหุ้นไทยอาจได้อานิสงส์ จาก 'อนุทิน' เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามมาด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และหากมีการเลือกตั้งปีหน้าตามที่แถลงไว้ จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยปีหน้าจะมีการเลือกตั้งพร้อมกันทั้งสส.และผู้ว่ากทม. ในรอบ 30 ปี

นโยบายสาธารณะเป็นสาระสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อทำให้พรรคการเมืองได้เป็นรัฐบาล และเป็นเครื่องมือบริหารประเทศ ซึ่งส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน หากแต่หลายรัฐบาลไม่สามารถผลักดันนโยบายให้สัมฤทธิ์ผล หรือไม่เริ่มดำเนินการดังที่เคยหาเสียงไว้

วัฒนธรรมทางการเมืองที่เรียกว่า “ตระกูลการเมือง” หรือ “บ้านใหญ่” (dynasty politics, political family) คือ การครอบครองและสืบทอดตำแหน่งสำคัญในการบริหารภาครัฐหรือพรรคการเมือง ภายในสมาชิกครอบครัวหรือญาติสนิทมิตรสหาย แม้ว่าจะผ่านกลไกการเลือกตั้งมาก็ตาม